นำ 2 ผู้ต้องหาวางบึ้มป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากขังศาลพรุ่งนี้

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจอรินทราช ควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และ นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาว อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส สองผู้ต้องหาลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา นำตัวมาคุมขังที่ สน.ปทุมวัน ก่อนแยกตัวนายวิลดัน ไปคุมขังไว้ที่ สน.บางรัก ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนแจ้ง 4 ข้อกล่าวหา “อั้งยี่ซ่องโจร, มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง, พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธระเบิดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร”

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม มีรายงานแจ้งความคืบหน้าว่า ขณะนี้ยังไม่มีเอกสารการขอโอนย้ายคดีดังกล่าวมายังกองปราบฯ แต่คณะทำงานสอบสวนของกองปราบฯได้ประชุมหารือแนวทางการรับโอนคดีในแต่ละขั้นตอนว่าต้องปฏิบัติอย่างไรแล้ว ทั้งนี้ หากครบกำหนดคุมขังผู้ต้องหาที่โรงพักในกรอบ 48 ชั่วโมง และต้องนำตัวไปฝากขังศาลก่อน แต่ยังมีประเด็นอื่นเกี่ยวกับคดีที่ต้องซักถามเพิ่มเติมก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบสวนในห้องขังอีกครั้ง

รายงานต่อว่า สาเหตุของการโอนคดีนี้เนื่องจากมีระเบิดเกิดขึ้นในหลายท้องที่ และเพื่อให้เกิดความสะดวกในการออกเลขหมายจับของพนักงานสอบสวน รวมถึงกระบวนการอื่นๆ เพราะหากดำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอนปกติ จะต้องเบิกพยานหลายครั้ง ทำให้เกิดความวุ่นวายในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และแสดงให้ศาลเล็งเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ ทั้งนี้ จะต้องส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงนามคำสั่งอนุมัติ จากนั้นแต่ละโรงพักจึงจะโอนสำนวนคดี และนำตัวผู้ต้องหาไปให้กองปราบปรามควบคุมตัว

สำหรับความคืบหน้าการออกหมายจับผู้ต้องหารายอื่นๆ มีความคืบหน้าไปมาก แต่ต้องมีพยานหลักฐานอื่นที่สามารถมัดตัวคนผิดได้อย่างชัดเจน เนื่องจากในพื้นที่ภาคใต้ มีรายชื่อบุคคลเฝ้าระวังจำนวนมาก จึงไม่อาจทราบได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดในครั้งนี้หรือไม่ และต้องรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันอัตลักษณ์บุคคลประกอบกับแผนประทุษกรรมอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สน.ปทุมวัน คณะทำงานสอบสวนได้นำภาพถ่ายบริเวณจุดเกิดเหตุหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มาให้นายลูไอ แซแง ผู้ต้องหาชี้จุดเกิดเหตุเพื่อยืนยันแผนประทุษกรรม ก่อนที่คณะทำงานสอบสวนจะเข้าห้องประชุมโดยไม่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด

บทความก่อนหน้านี้สาว 15 ‘โคโค่ กอฟฟ์’ ได้ไวลด์การ์ดร่วมเมนดรอว์แกรนด์สแลม ‘ยูเอส โอเพ่น’
บทความถัดไปรวบผู้ต้องหาพร้อมยาบ้านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน