ให้ ‘พ.ต.ท.’ ออกราชการทันที ขนยาบ้า 2 แสนเม็ด พร้อมตั้งกรรมการสอบผู้บังคับบัญชาด้วย

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ในพื้นที่ สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ว่าได้รับรายงานจาก สภ.แม่สาย ภ.จว.เชียงราย ว่า วันเดียวกันเวลาประมาณ 05.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่บริเวณด่านตรวจถ้ำปลา ต.โป่งงาม อ.แม่สาย อยู่นั้น ได้มีรถโดยสารของบริษัททัวร์รายหนึ่ง สายแม่สาย-กรุงเทพฯ ขับผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้หยุดรถและขอตรวจสอบสิ่งผิดกฎหมาย ต่อมาได้ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารรายหนึ่งแล้วพบว่ามียาบ้าจำนวนกว่า 200,000 เม็ด จากนั้นจึงได้จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาให้กับเจ้าของกระเป๋าเดินทางรายดังกล่าว และตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดกองกับการสืบสวนสอบสวน ภ.จว.อุทัยธานี และได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่าได้รับจ้างจากชายรายหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ให้มาทำการขนยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงินประมาณ 100,000 บาท

โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พร้อมมีคำสั่งให้ตำรวจรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อน ประกอบกับมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ว่ามีส่วนปล่อยปละละเลย ไม่กำกับดูแลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปกระทำความผิดหรือไม่อย่างไร

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดนั้น พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิด ผู้ว่าจ้าง นายทุนที่อยู่เบื้องหลัง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำการสืบสวน ขยายผล จับกุมผู้ที่สนับสนุนหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้รักษากฎหมาย แต่กระทำความผิดกฎหมายเสียเอง เรื่องอย่างนี้ต้องถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและขอยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องตำรวจที่กระทำความผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ต้องรับโทษมากกว่าบุคคลธรรมดา

ซึ่งที่ผ่านมาได้มีข้อสั่งการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายเสียเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อีกทั้งยังได้มอบนโยบายในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องของยาเสพติดอยู่แล้ว เช่น โครงการตำรวจสีขาว และตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ ซึ่งอาจมีพฤติการณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระทำผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 05.20 น.วันเดียวกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการด่านถ้ำปลา​ ต.โป่งงาม​ อ.แม่สาย​ จ.เชียงราย นำโดย พ.ต.ท.วรเทพ คำดี สวป.สภ.แม่สาย, ร.ต.ท.ภุชงค์ เรือนแก้ว รอง สว.(ป.) สภ.แม่สาย ได้ทำการตั้งด่านประจำจุดตรวจ​ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่​ 2 กองกำลังผาเมือง​ พบรถโดยสารบริษัทนครชัยทัวร์ สายแม่สาย-กรุงเทพฯ ทะเบียน 10-7937 นครสวรรค์ ​วิ่งผ่านมาจึงทำการเรียกเพื่อตรวจค้น

จากการตรวจสอบกระเป๋าเดินทางผู้โดยสารภายในช่องเก็บสัมภาระด้านข้างรถ​ พบยาบ้าของกลางจำนวนประมาณ 200,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าของ พ.ต.ท.สุรจิต ทาวุธ อายุ 35 ปี เลขที่ 398/22 หมู่ 1 ต.เจริญผล อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ตำแหน่ง สว.กก.สส.ภ.จว.อุทัยธานี​ ซึ่งนั่งโดยสารมากับรถในที่นั่งหมายเลข​ 1​A จึงเชิญตัวลงมาจากรถเพื่อจะทำการสอบสวน

ปรากฎว่าเมื่อ พ.ต.ท.สุรจิตลงจากรถ ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในพงหญ้าบริเวณหลังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงจัดกำลังออกติดตามจนสามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้ และยอมรับว่ายาเสพติดดังกล่าวของตัวเอง

บทความก่อนหน้านี้กพช.ปักหมุดโรงไฟฟ้าชุมชนพื้นที่กันดารกระตุ้นศก.ในพื้นที่-ดึงกฟผ.-กฟภ.ลงทุน
บทความถัดไปนิสสัน จู๊ค ใหม่ ใหญ่ขึ้นแต่เครื่องเล็กลง