ญาติ ‘น้องบุ๋ม’ ถูกแฟนหนุ่มทุบตาย โร่นำคลิป ‘แบล๊กเมล์’ แจ้งความเพิ่ม

กรณี น.ส.อภิญญา เกษมศักดิ์ หรือบุ๋ม อายุ 21 ปี ถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ต่อมาตำรวจพบตัวนายกฤษณะโชค ชัยชนะ หรือโอเล่ อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุ สภาพหายใจรวยริน อยู่ภายในรถเก๋ง จอดอยู่ริมถนนพระราม 2 ต.บางขันแตก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม หลังนายกฤษณะโชค กินน้ำยาล้างห้องน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 กันยายน ที่ สน.เพชรเกษม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนางวรรณพร เกษมศักดิ์ และนายปวินท์ เกษมศักดิ์ พี่ชายของ น.ส.อภิญญา เกษมศักดิ์ หรือบุ๋ม ผู้เสียชีวิต ที่ถูกนายกฤษณะโชค ชัยชนะ อายุ 30 ปี หรือ “โอเล่หวานเจี๊ยบ” เข้าแจ้งความเพิ่มเติมในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย” ซึ่งมีอัตราโทษประหารสถานเดียว

ทนายรณณรงค์กล่าวว่า วันนี้นำหลักฐานที่เป็นคลิปขณะที่ผู้ตายกับผู้ก่อเหตุมีเพศสัมพันธ์กันจากโทรศัพท์มือถือของนายกฤษณะโชคมาแจ้งข้อหาเพิ่ม หลังจากที่นายปวินท์ ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ของนายกฤษณะโชค ซึ่งครอบครัวคนร้ายต้องการจะเอามือถือเครื่องนั้นคืน เพราะคิดว่าคลิปดังกล่าว นายกฤษณะโชค นำใช้ข่มขู่ไม่ให้ น.ส.อภิญญา เลิกรากับตนเองไป

นายปวินท์กล่าวว่า เมื่อเปิดโทรศัพท์ดังกล่าวไป ก็เห็นว่ามีคลิปที่นายกฤษณะโชค ใช้แบล๊กเมล์ น้องสาวตนถูกลบทิ้ง และยังมีบางไฟล์ที่ยังไม่ได้ลบด้วย โดยในคลิปที่มีบางถ้อยคำที่ฟังดูง้องอน และข่มขู่กันบ้าง จึงคิดว่าฝั่งของนายกฤษณะโชค น่าจะทราบว่ามีคลิปนี้อยู่ จึงได้พยายามขอเอามือถือไป

ด้าย พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า เบื้องต้น แจ้งข้อหานายกฤษณะโชค ฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายบุ๋มไปเพราะว่าหึงหวง ซึ่งตอนนี้ผู้ต้องหาอาการดีขึ้น หากแพทย์อนุญาตให้ปล่อยตัว ทางพนักงานสอบสวนจะรีบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีในวันนี้ แต่หากไม่ทันก็จะขังไว้ที่ สน.ก่อนส่งตัวฝากขังในวันพรุ่งนี้แทน อย่างไรก็ตาม กรณีที่ครอบครัวผู้ตายประสงค์จะแจ้งความเพิ่มเติมนั้นทางพนักงานสอบสวนจะพิจารณาจากหลักฐานอีกครั้ง ทั้งนี้ยังพบอีกว่าผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติดเมื่อปี 2551 มาแล้ว

ต่อมา พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจกว่า 10 นาย ไปควบคุมตัวนายกฤษณะโชคหรือโอเล่ หวานเจี๊ยบ ผู้ต้องหา ออกจากโรงพยาบาลเกษมราษฏร์(บางแค) และนำตัวไปฝากขังยังศาลอาญาธนบุรี โดยผู้ต้องหาอยู่ในสภาพอิดโรย สวมหน้ากากอนามัยปิดปาก และพูดเพียงสั้นๆ ว่า “อยากขอโทษน้องบุ๋ม ส่วนสาเหตุที่ลงมือทำร้ายน้องบุ๋ม เพราะทะเลาะกันหลายเรื่อง แต่หลักๆ คือเรื่องที่น้องบุ๋มไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้”

บทความก่อนหน้านี้CP ALL ร่วมโค้ก เปิดศึกหมากล้อม “โค้ก โกะ แชมป์เปี้ยนชิพ 2019”
บทความถัดไปอนค.เข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. หวังได้พิจารณาสมัยประชุมหน้า