โอดทำศัลยกรรมย้ายหัวนมแล้วเกิดเน่าคาเต้า ร้องตร. ครวญจิตใจแย่ คิดฆ่าตัวตาย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่สน.สุทธิสาร น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี แม่ค้าออนไลน์ พร้อมนายไพศิษฐ์ ชาครานนท์ ทนายความ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.วัชรพล วชิรกุลฑล รอง สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวาง ภายหลังเข้ารับบริการศัลยกรรมหน้าอก ลดไซด์ ย้ายหัวนม แล้วเกิดบาดแผลทำให้หัวนมเน่า และถูกตัดทิ้งทั้ง 2 ข้าง แต่แพทย์ผู้ให้การรักษากลับไม่รับผิดชอบ และเยียวยาใดๆ ทำให้สภาพจิตใจแย่ลงทุกวัน ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย เพราะเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น

น.ส.เอ ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ตนเคยทำศัลยกรรมหน้าอกที่คลินิกย่านเพชรบุรี จากนั้นก็ใช้ชีวิตมาตามปกติสามารถให้นมบุตรได้ จนกระทั้งต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตนอยากที่จะลดขนาดหน้าอก และทำให้หน้าอกกระชับ เนื่องจากมีแผนจะมีบุตรคนที่ 2 จึงตัดสินใจหาข้อมูลของคลินิกศัลยกรรมหน้าอกต่างๆ โดยดูว่าหมอผู้รักษาเป็นใคร หรือผู้ที่เคยใช้บริการมีความเห็นอย่างไร กระทั่งตนเจอคลินิกแห่งนี้ตั้งอยู่ย่านห้วยขวาง ก็พบว่าแพทย์ที่รักษาเป็นศัลยแพทย์ชื่อดังด้านศัลยกรรมหน้าอก รวมทั้งมีรีวิวลูกค้าที่เคยทำหน้าอกทั้งก่อนและหลังทำ จึงนัดพูดคุยรายละเอียดนานนับเดือนจนเชื่อใจเลือกใช้บริการคลีนิกแห่งนี้

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า จากนั้นวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนไปติดต่อที่คลินิกเพื่อทำศัลยกรรมหน้าอกครั้งที่ 2 ตามที่ตั้งใจไว้ โดยต้องการลดขนาดหน้าอก จากเดิมปริมาณ 380 ซีซี ลดเหลือ 275 ซีซี ยกกระชับ ย้ายหัวนม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของคลีนิกแจ้งว่า ค่ารักษาทั้งหมดอยู่ที่ 79,000 บาท หากต้องการที่จะทำและยอมรีวิวให้ จะลดเหลือ 70,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามที่พูดคุยก่อนหน้า ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. แพทย์นำตนเข้าห้องผ่าตัดและเริ่มศัลยกรรมหน้าอก โดยแพทย์ที่ทำมีท่าทีเร่งรีบแต่ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร และผ่าตัดเสร็จสิ้นในเวลา 13.40 น. ซึ่งตนมองว่าเร็วกว่าปกติแต่ก็ไม่ได้ทักท้วง จากนั้นตนก็กลับไปพักฟื้นที่บ้าน

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นประมาณวันที่ 20 สิงหาคม ตนกลับไปที่คลินิกเดิมอีกครั้งเพื่อไปตัดไหมที่บริเวณหน้าอก ซึ่งจังหวะที่เปิดแผลผ่าตัดตนเห็นว่าบริเวณปานนมเป็นแผล และมีรอยดำผิดปกติ ตนจึงหันไปถามเจ้าหน้าที่ว่าเกิดรอยดำเช่นนี้ผิดปกติหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าปกติ สักพักจะเริ่มลอกและเข้ารูป จนวันที่ 27 สิงหาคม แผลบริเวณหน้าอกเริ่มแข็งตนจึงกลับไปหาหมอที่คลินิกดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งหมอแกะแผลบริเวณห้วนมออกให้ และหมอมีการมองหน้ากับผู้ช่วย 1 ครั้ง ก่อนจะนำน้ำเกลือและเบตาดีนใส่ผ้าก๊อซมาปิดบริเวณหัวนมอีกครั้ง และกำชับกับตนว่าขอให้ส่งรูปให้ดูทุกวัน จนกระทั่งวันที่ 3 กันยายน ตนกลับไปที่คลินิกอีกครั้ง เพื่อให้หมอแกะแผลบริเวณหน้าอกแต่ครั้งนี้หมอกลับบอกให้ไปนอนบนเตียง และนำผ้ามาปิดใบหน้า ก่อนจะฉีดยาชาบริเวณหน้าอก

จากนั้นตนก็รู้สึกเหมือนหมอกำลังแกะแผล และเย็บบริเวณหน้าอก หลังจากนั้นตนมาเปิดหน้าอกดูก็พบว่าหน้าอกด้านขวาไม่มีหัวนมแล้ว ส่วนด้านซ้ายมีหัวนมโผล่ออกมานิดหน่อย แต่สภาพยับเยินหมดแล้ว ซึ่งตอนนั้นตนรู้สึกช็อกจนพูดไม่ออก ซึ่งก่อนหน้าไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการตัดหัวนมออกแต่อย่างใด ตนจึงขอคุยกับหมอเป็นการส่วนตัว เพราะตนรู้สึกแย่ และได้รับความเสียหาย แต่ปรากฎว่าคนที่มาคุยคือผู้ช่วยหมอ ซึ่งทางผู้ช่วยหมอมีการโทรศัพท์ติดต่อไปยังหุ้นส่วนขอคลินิก และเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง โดยหุ้นส่วนขอคลินิกพูดเพียงว่า ตนเรียกร้องมากเกินไป ถ้าอยากได้เยอะขนาดนั้น ให้ไปแจ้งความเอาละกัน ซึ่งไม่มีการขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า หลังจากที่ออกจากคลีนิกมาแล้วตนได้เข้าทำการรักษาแผลที่หน้าอก ที่ รพ.ศิริราช ซึ่งแพทย์ระบุว่าหากต้องการแก้ไขตามที่ตนต้องการจะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 3 แสนบาท แต่จะได้เพียงหัวนมเทียมซึ่งตนมองว่าตนจะใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้อีกต่อไป ไม่สามารถให้นมบุตรได้ทำให้ตนต้องยกเลิกแผนที่จะมีบุตรไปโดยทันที ทั้งนี้ตนขอค่าเยียวยาประมาณ 500,000 บาท โดยหุ้นส่วนของคลินิกพูดเพียงว่า ตนเรียกร้องมากเกินไป ถ้าอยากได้เยอะขนาดนั้น ให้ไปแจ้งความเอาละกัน ซึ่งเจ้าของคลินิกประสานมาสอบถามอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง และยินดีที่จะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดแต่ก็หายเงียบไป ตนอยากให้มีการแสดงความรับผิดชอบ และจริงใจมากกว่านี้บ้าง เพราะสิ่งที่ผิดไปแล้วยังไงก็เอากลับคืนมาไม่ได้ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ตนก็อยากให้ร่างกายกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะยังไงสภาพร่างกายที่สมบูรณยังไงก็หาเงินได้ รวมทั้งตอนนี้รู้สึกแย่มาก ยิ่งไปกว่านั้นอาการจากโรคซึมเศร้าที่ตนเป็นมานากว่า 10 ปี และรักษาตัวอยู่สถาบันประสาทวิทยา จนอาการดีขึ้น หลังเกิดเรื่องทำให้ต้องเข้ารักษาอาการซึมเศร้าอีกครั้งที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา

นายไพศิษฐ์ กล่าวว่า จะแจ้งดำเนินคดีในข้อหากระทำการโดยประมาท กับแพทย์ผู้ทำการรักษา และคลีนิก ซึ่งในส่วนนี้เหตุการที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ให้เกิดความเสียหายกับบุคคลจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติชนทั่วไป ในส่วนการเรียกร้องแพ่งค่าเสียหายนั้นตนมองว่าเป็นจำนวนที่ไม่สามารถไปตั้งตัวได้ แต่มันน่าจะสมเหตุสมผลกับการที่ต้องสูญเสียอวัยวะไป

ด้าน พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รอง ผกก.สอบสวน สน.สุทธิสาร กล่าวว่า หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียกผู้ถูกกล่าวหามาทำการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง หากพบว่าผู้ถูกกล่าวหามีการกระทำผิดจริงแจ้งข้อกล่าวเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปลัดแรงงานสั่ง จนท.ช่วยพนักงาน “ไวต้าฟู้ด” แจ้งความดำเนินคดีเหตุค้างจ่ายค่าจ้าง
บทความถัดไปสคร.เร่งรัดรัฐวิสาหกิจลงทุน เผย 10 เดือนปีงบ’62 เบิกจ่ายไปแล้ว 1.46 แสนล.