‘อาม่า’ฟ้องแบงก์รวงข้าว-4พนักงาน หลังลูกสาวแท้ๆ ลักเงินไปกว่า 250 ล้าน ขณะนอนรพ. เรียกคืน 350 ล้าน

“อาม่าฮวย” 76 ปีฟ้องธนาคารพร้อมพนักงาน 4 คน หลังลูกสาวแท้ๆ ลักเงินไปกว่า 250 ล้าน ขณะนอนรพ. พร้อมเรียกเงินที่ถูกลักไปพร้อมดอกเบี้ยจำนวนกว่า 350 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ศาลเเพ่งพระโขนง นางฮวย ศรีวิรัตน์ อายุ76 ปี พร้อม นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางมายื่นฟ้องธนาคารกสิกรไทย พนักงานแบงก์ 4 ราย เเละนางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี เป็นจำเลยที่ 1-6 ซึ่งเป็นบุตรสาวแท้ๆ ชดใช้เงินที่สูญเสียไปพร้อมดอกเบี้ยรวมมูลค่า 350 ล้านกว่าบาท

จากกรณีถูกทยอยถอนเงินในบัญชีหลายร้อยครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 253 ล้านบาท และถ่ายโอนทรัพย์สินอื่นๆไปจนหมดเกลี้ยง ขณะนอนพักฟื้นรักษาตัวด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีพนักงานแบงก์รวม 4 ราย คอยให้การสนับสนุนแอบเปลี่ยนเงื่อนไขการเบิก-ถอน

โดยพฤติกรรมของลูกสาวอาม่า เกิดขึ้นระหว่างอาม่านอนป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องเจาะคอ มือเท้าอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองที่โรงพยาบาล และเมื่อออกจากโรงพยาบาลเดินทางกลับบ้าน ถูกปล่อยปละละเลย จนได้รับกายภาพบำบัดไม่ดี เป็นเหตุให้อาม่า เริ่มตรวจสอบหาเงินในธนาคาร ที่ฝากไว้กับธนาคารกสิกร 2 บัญชี และทรัพย์สินอื่นๆ ภายในตู้เซฟที่เก็บหอมรอมริบมากว่า 30 ปี ที่ประกอบธุรกิจเครื่องทำความเย็น ที่มีอยู่กว่า 250 ล้านบาท แต่กลับไม่มีเหลือแล้ว และเมื่อติดตามถามลูกสาว และเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกร กลับถูกเพิกเฉยไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ จึงต้องออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมเพื่อนำเงินกลับคืน

โดยในวันนี้ นางฮวย ศรีวิรัตน์ พร้อม น.ส.มินตรา ศรีวิรัตน์ อายุ29 หลานสาว ผู้รับมอบอำนาจ เดินทางมาศาล

น.ส.มินตรา หลานสาว ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ เปิดเผย ว่า นางฮวยล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เมื่อต้นปี2556 ต่อเนื่องถึง 2557 เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ซึ่งมีนางมาวดี ผู้เป็นอา คอยดูแลเฝ้าอาการที่โรงพยาบาลเป็นประจำ แต่ระยะหลังเริ่มไม่ปกติ โดนกีดกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าเยี่ยม และไม่ให้นางฮวยทำกายภาพบำบัดตามที่แพทย์สั่ง เป็นเหตุให้นางฮวยอาการแย่ลงจนมือ ขา อ่อนแรง และสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ อาการแย่ลงต่อเนื่องจนพูดสื่อสารโดยใช้เสียงไม่ได้ และไม่สามารถเดินได้ เป็นเหตุให้ลูกชายคนโตนำนางฮวย ออกมาดูแลเอง กระทั่งกลางปี 2560 นางฮวย ตรวจสอบสถานะบัญชีเงินฝาก และพบว่า เกิดความผิดปกติขึ้นในบัญชีเงินฝากที่มีกับธนาคารกสิกรไทย

ด้านนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นหลังนางฮวยล้มป่วย ซึ่งตรวจสอบแล้ว พบว่า นางมาวดี ร่วมกับพนักงานธนาคารกสิกรไทย กลุ่มจำเลย ที่ 2-5 เปลี่ยนแปลง ปลอมแปลง ลายมือชื่อ นางฮวย เพื่อมอบอำนาจ ให้นางมาวดีมีสิทธิ์เบิกถอน เงินฝากกระแสรายวันและกองทุนบัญชี ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด พบมีการถอนเงินจากบัญชีเงินและสั่งจ่ายเช็ค รวมถึงถอนเงินจากหน่วยลงทุน เข้าไปที่บัญชีของตัวเอง รวมเป็นเงิน 350,375,168.92 บาท

โดยวันนี้นางฮวย ยื่นฟ้องจำเลย ในความผิด ละเมิด ,ฝากทรัพย์,เรียกทรัพย์คืน,ตัวการตัวแทน เพื่อให้กลุ่มจำเลยชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย

ศาลประทับรับฟ้องและนัดสืบพยานในวันที่ 19 ม.ค.63

บทความก่อนหน้านี้‘นายกฯ’ สั่งยกเครื่อง ‘ครม.เศรษฐกิจ’ เร่งขับเคลื่อนไตรมาสสุดท้าย
บทความถัดไปสุจิตต์ วงษ์เทศ : ขวัญเอ๊ย ขวัญมา ของขวัญปีชวด