ศาลจัดอบรมใหญ่ด้านรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เพิ่มตร.ศาลอีกทั่วปท.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมศูนย์วิทยบริการศาลยุติธรรม ชั้น 6 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก สำนักงานศาลยุติธรรม จัดให้มีการบรรยายเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในด้านการรักษาความปลอดภัย โดยศาลทั่วประเทศจะเข้าร่วมการบรรยายผ่านระบบ Streaming มีนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวเปิดการบรรยาย พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปัจจุบันเป็นกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.) และ น.ส.ทิพย์ธิดา กสิวัตร ผอ.ส่วนมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ฝ่ายมาตรฐานและควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยกิจการการบิน บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นวิทยากรในการให้ความรู้ ซึ่งมีหน่วยงานที่ร่วมรับฟังผ่านระบบดังกล่าว รวม 277 หน่วย จำนวนบุคลากรที่ร่วมรับฟังการบรรยายไม่น้อยกว่า 2,000 คน

นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การอบรมในวันนี้เป็นการอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่เป็นตัวแทนจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก , เจ้าพนักงานตำรวจศาล (คอร์ทมาแชล) , เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มาประจำที่ศาล และตำรวจตระเวนชายแดน ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของศาลในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงผู้อำนวยการศาลทั่วประเทศและหัวหน้าส่วนที่รับผิดชอบในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัย

“สำหรับการอบรมวันนี้ จะให้ความรู้และทักษะในการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยมีการเชิญ พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม รวมถึงได้เชิญผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานความปลอดภัย จากบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน มาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ เนื่องจากศาลยุติธรรมได้นำแบบอย่างมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยในสนามบิน ซึ่งเป็นตัวอย่างแบบอย่างที่ดีในการดูแลความปลอดภัย เพราะการตรวจค้น รวมถึง ระบบรักษาความปลอดภัยอย่างรอบคอบ ปัญหาการนำอาวุธเข้ามาในบริเวณศาลก็จะไม่เกิดขึ้น” เลขาธิการศาลฯ กล่าว

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่ตนเองได้ออกหนังสือเวียนให้ศาลและเจ้าหน้าที่ต่างๆ มีความเข้มงวด เรื่องการตรวจค้นพบอาวุธทั้งอาวุธปืนและอาวุธมีด ทำให้ ศาลในหลายพื้นที่ สามารถจับกุมอาวุธได้จำนวนมาก เช่น ที่ จ.บึงกาฬ มีการตรวจค้นพบอาวุธ ศาลได้ไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล โดยลงโทษจำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 2 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ นั่นแสดงให้เห็นว่าคดีละเมิดอำนาจศาลและการดำเนินการที่เข้มงวด การมีระเบียบวินัยของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะทำให้การดูแลความปลอดภัยของประชาชนดีขึ้นและไม่เกิดเหตุซ้ำเหมือนที่ศาลจังหวัดจันทบุรี หรือที่ศาลจังหวัดยะลา เป็นต้น

นอกจากนี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้กล่าวถึงการเพิ่มอัตรากำลังตำรวจศาลว่า เจ้าพนักงานตำรวจศาลได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการเรียบร้อย เพราะตามกฎหมายของศาลในการกำหนดจำนวนและตำแหน่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม และโดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกา ซึ่งขณะนี้ ทั้งคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมและประธานศาลฎีกา ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ประกาศกำหนดกรอบอัตราเจ้าพนักงานตำรวจศาลเรียบร้อยแล้ว จากจำนวน 309 อัตรา ในปัจจุบัน เพิ่มเป็น 1,180 อัตรา

“อัตรากำลังที่จะเพิ่มขึ้นมากว่า 1,000 คนสามารถ กระจายไปดูแลความปลอดภัยศาลได้ทั่วประเทศ ซึ่งไม่ได้ใช้จำนวนคนมาก แต่เปรียบเสมือนตัวแทนของหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของศาล เพื่อจะกระจายและมีการตรวจสอบได้ว่า แต่ละศาลนั้น รักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานที่เรากำหนดหรือไม่ ในปี 2562 นี้ ตนเองได้ออกหนังสือเวียน 2 ฉบับ โดยในช่วงเดือน ก.พ. 2562 ได้เน้นย้ำแผนฉุกเฉินว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุร้ายจะต้องดำเนินการอย่างไร จากนั้น เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ได้มีหนังสือเวียนอีกฉบับ มีข้อสั่งการไปกว่า 30 ข้อ ว่าหากเกิดการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับตำรวจที่มาประจำอยู่ศาล ในส่วนที่กรมราชทัณฑ์ที่ส่งมาประจำอยู่ที่ศาล รวมทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ทั้งหมดนั้นจะต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยในการดูแลทั้งสถานที่และตัวบุคคล” เลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สาวเสิร์ฟ เดินไปทำงานวันละ 22 กิโลเมตร สุดท้ายเจอลูกค้าใจดี ซื้อรถให้!!!
บทความถัดไปณัฏฐพล ลั่น ผู้ว่าฯ กทม. ต้องมาจากพปชร. เปิด 3 ชื่อคุ้นพื้นที่กทม. ‘สกลธี-พุทธิพงษ์-ทยา’