ศาลฎีกานักการเมืองยกฟ้อง’ประชา ประสพดี’เเทรกเเซง’บอร์ดอ.ต.ก.’

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่อม. 222/2561 หมายเลขแดงที่อม. 261/ 2562 เป็นคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทยจำเลยเรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
กรณีถูกกล่าวหาว่าก้าวก่ายแทรกแซงการดำเนินงานขององค์การตลาด (อ.ต.ก.) กระทรวงมหาดไทย กรณีใช้สถานะหรือตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง การดำเนินงานของคณะกรรมการ อ.ต.ก. ที่กำลังพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด ผอ.อ.ต.ก. (ขณะนั้น) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

โดยศาลวินิจฉัยในสาระสำคัญว่าการที่จำเลยโทรศัพท์ไปหา นายสมิทธิ ดารากร ณ อยุธยาก่อนที่จะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลองค์การตลาดในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 ก็เพียงเพื่อขอให้คณะกรรมการองค์การตลาดเลื่อนการประชุมออกไปเพื่อรอจำเลยมอบนโยบายการดำเนินการให้แก่องค์การตลาดก่อนเท่านั้น

สอดคล้องกับบันทึกข้อความกระทรวงมหาดไทยสำนักนโยบายและแผนสป. ด่วนที่สุดที่มท. 0211.6/ ว. 2549ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 ที่เวียนให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจชะลอโครงการและเรื่องสำคัญออกไปจนกว่าจะทราบข้อมูลหรือนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้มาดำรงตำแหน่งใหม่เสียก่อน ทั้งนายสำคัญ(ไม่ทราบนามสกุล) เองก็เคยมีหนังสือองค์การตลาดเลื่อนการประชุมอ้างเหตุผลเช่นเดียวกันพฤติการณ์ที่จำเลยโทรศัพท์ขอเลื่อนการประชุมดังกล่าวจึงฟังได้ว่าเป็นไปโดยมีเจตนาเพื่อให้รอฟังการมอบนโยบายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นไปตามแนวปฏิบัติในกรณีที่มีรัฐมนตรีได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งใหม่หาใช่เป็นสั่งการเพื่อให้คณะกรรมการองค์การตลาดจัดประชุมและลงมติตามที่จำเลยต้องการดังที่โจทก์กล่าวอ้างแต่อย่างใดการที่จำเลยเสนอให้กรรมการองค์การตลาดชุดเดิมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระและแต่งตั้งกรรมการองค์การตลาดชุดใหม่โดยไม่เสนอให้นายสำคัญ นายศักดิ์ศิลป์ นายปิยะชาติ และนายพงศ์นิตย์ (ไม่ทราบนามสกุล) มีชื่อเป็นกรรมการองค์การตลาดชุดใหม่ทำให้ทั้งสี่คนต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการองค์การตลาด การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการองค์การตลาดนั้นมีกฎหมายบัญญัติไว้ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาด พ.ศ. 2496มาตรา 17 วรรคหนึ่งคณะรัฐมนตรีจึงมีอำนาจที่จะปรับเปลี่ยนคณะกรรมการองค์การตลาดชุดเดิมก่อนครบวาระ โดยที่กรรมการองค์การตลาดชุดเดิมไม่จำต้องมีข้อบกพร่องหรือคณะรัฐมนตรีต้องมีเหตุผลในการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการองค์การตลาดชุดเดิมแต่อย่างใดทั้งปรากฏว่ากรรมการชุดเดิมยังคงได้รับการแต่งตั้งให้กลับเข้ามาเป็นคณะกรรมการองค์การตลาดชุดใหม่ 8 คนซึ่งกรรมการ8คนนี้มี 3คน ได้แก่ นายสมิทธิ นายอนันต์ สิริแสงทักษิณ และนายปฐม แหยมเกตุ เคยลงมติเลิกจ้างนายธีธัชในวันที่ 15พฤศจิกายน 2555 นายอนันต์และนายปฐมก็เคยเป็นประธานกรรมการและกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายธีธัชส่วนนางสาวกร ประณมวงษ์มงคล เคยเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อร้องเรียน นายธีธัชมาก่อนหากจำเลยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือนายธีธัชดังที่โจทก์กล่าวอ้างมาจำเลยก็ไม่น่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้แต่งตั้งบุคคลทั้ง4 คนกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการองค์การตลาดชุดใหม่อีก
การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์กล่าวอ้างมายังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาใช้ตำแหน่งหน้าที่รัฐมนตรีแทรกแซงการดำเนินงานของคณะกรรมการองค์การตลาดในการพิจารณากรณีการทุจริตของนายธีธัชผู้อำนวยการองค์การตลาดการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้องพิพากษายกฟ้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รำลึกเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ครบรอบ 15 ปี ทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ พร้อมให้ความรู้ป้องกันเหตุภัยพิบัติ
บทความถัดไปพรรคกู้ยืมเงิน…กม.ไม่ห้าม ก็ทำไม่ได้ กก.สรรหาเป็น ส.ว….กม.ไม่ห้าม แต่ทำได้ : โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์