เปรมชัย แห้ว หลังขอถอดกำไล EM อ้างปัญหาสุขภาพ ศาลระบุอักเสบข้อเท้าซ้ายแต่กำไลติดด้านขวา

เปรมชัย แห้ว หลังขอถอดกำไล EM อ้างปัญหาสุขภาพ ศาลระบุอักเสบข้อเท้าซ้ายแต่กำไลติดด้านขวา

ความคืบหน้ากรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาเพิ่มโทษ คงจำคุก นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ในคดีที่ นายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คน เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมของกลางเป็นซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2561

โดยภายหลังจำเลยทั้งหมด ได้ทำเรื่องยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลฎีกา และมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวทั้ง 3 คน เป็นเงินสดคนละ 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไข ต้องใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring) หรือ EM “กำไลข้อเท้า” และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยศาลจังหวัดทองผาภูมิได้นัดให้ทั้งหมดรายงานตัวที่ศาลในวันที่ 13 มกราคม 2563 ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มกราคม นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อขออนุญาตศาลจังหวัดทองผาภูมิถอดกำไล EM จากข้อเท้าข้างขวาออกชั่วคราว โดยอ้างเหตุผลว่า นายเปรมชัย มีปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะโรคเบาหวานทำให้กำไลที่อยู่ข้อเท้านั้นบีบรัดข้อเท้าอักเสบเป็นแผล

โดย นายเปรมชัย ได้เดินทางมาโดยรถยนต์แลนด์โรเวอร์ เมื่อรถเข้ามาจอดบริเวณหน้าที่ทำการศาล นายวิทูล แย้มพราย ทนายความส่วนตัว พร้อมทีมทนาย ซึ่งมารออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ได้เข้าไปรับที่ประตูรถ โดย นายเปรมชัย เปิดประตูแล้วก้าวลงมาจากรถในชุดกางเกงสแลคขายาว เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว โดยไม่ได้ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัวเหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า นายเปรมชัย มีสีหน้าดูเรียบเฉย และไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแม้แต่คำเดียว ก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องพิจารณาคดี บนชั้น 2 ของศาลทันที ซึ่งศาลใช้เวลาในการรับฟังและพิจารณาประมาณ 20 นาที

จากนั้น นายเปรมชัย พร้อมทีมทนายความ ก็เดินลงมาจากชั้นบนของศาล ผู้สื่อข่าวได้กรูเข้าไปขอสัมภาษณ์อีกครั้ง โดยถามว่า ศาลอนุญาตให้ถอดกำไลหรือไม่ นายเปรมชัย ได้ยกมือชี้ไปทางทนายความ เหมือนว่าให้ถามเรื่องนี้กับทนายความเอง โดย นายวิทูล ทนายความ ได้เผยเพียงสั้นๆ ว่า ศาลไม่อนุญาตให้ถอด เพราะอาการอักเสบเกิดที่ข้อเท้าคนละข้าง โดยทางนายเปรมชัย ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร

ซึ่งก่อนนายเปรมชัย ก้าวขึ้นรถผู้สื่อข่าวถามว่าสุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง นายเปรมชัย ยิ้มก่อนตอบว่า “ก็เรื่อยๆ” จากนั้นก็ปิดประตูรถก่อนที่คนขับจะขับออกจากศาลไปทันที

หลัง นายเปรมชัย เดินทางออกจากศาลไปแล้ว นายวิทูล และทีมทนายความ ได้เดินขึ้นไปที่บนชั้น2 ของที่ทำการศาลอีกครั้ง เพื่อยื่นเอกสารต่างๆ ในเรื่องของคดี ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที

โดย นายวิทูลเปิดเผยว่า วันนี้ นายเปรมชัย จะเดินทางมาเพื่อยื่นขอศาลถอดกำไลอีเอ็มชั่วคราว เนื่องจากมีปัญหาที่ข้อเท้า เกิดการอักเสบ รวมทั้งยื่นเอกสารในคดีทุกเรื่องต่อศาลฎีกา ส่วนการรายงานตัวต่อศาล นายเปรมชัย พร้อมพวกได้เดินทางมารายงานตัวไปก่อนถึงวันที่ศาลกำหนด โดยมารายงานตัวไปเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว โดยที่จำเลยในคดีอีก 3 คน มี นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน นายธานี ทุมมาศ ก็ไม่ต้องเดินทางมาในวันนี้

ส่วนเรื่องการขออนุญาตศาลถอดกำไลอีเอ็มนั้น เนื่องจากเกิดปัญหาเวลานอนกำไลไปถูกับข้อเท้าด้านซ้ายจนเกิดแผล ส่วนเหตุผลที่ศาลไม่อนุญาต เพราะเกิดแผลที่ข้อเท้าด้านซ้าย ส่วนกำไลอีเอ็มใส่อยู่ที่ข้อเท้าด้านขวา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ด้านขวาซึ่งใส่กำไลเกิดแผลหรือไม่ นายวิทูล ตอบว่า ก็มี

ขณะเดียวกัน นายวิทูล แย้มพราย ทนายความ เปิดเผยถึงเรื่องคดีว่า หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้เพิ่มโทษโดยขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นฎีกา แต่เนื่องจากเอกสารไม่พร้อมจึงยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิขอขยายเวลาฎีกาออกไป ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิได้อนุญาตให้ยื่นฎีกาออกไปเป็นวันที่ 11 ก.พ.63 รวมทั้งให้มารายงานตัวต่อศาลด้วย จากนั้นก็ขอตัวขึ้นรถขับออกจากศาลไป

มีรายงานข่าวว่า สำหรับในเรื่องของคดี ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา ทางด้านอัยการจังหวัดทองผาภูมิ จะไม่ยื่นฎีกาใดๆ เนื่องจากศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษาเพิ่มโทษ กับผู้ต้องหาทุกคนไปแล้ว

สำหรับโทษที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษจำคุกนายเปรมชัยคือ จำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา, นายยงค์ โดดเครือ จำคุก 2 ปี 17 เดือน ไม่รอลงอาญา และนายธานี ทุมมาศ จำคุก 2 ปี 21 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนนางนที เรียมแสน รับสารภาพ แต่ถูกเพิ่มโทษเช่นกันจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท ส่วนโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นเงิน 2 ล้านบาท

บทความก่อนหน้านี้‘พุทธิพงษ์’ ปัด ‘แกนนำ กทม.’ ไร้เกาเหลาพรรค หลังเมินร่วมประชุมพรรค
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ฮีโร่วันเด็ก