ยิงรถ ‘บิ๊กโจ๊ก’ สู่ปม ‘ไบโอเมตริกซ์’ วงการสีกากีร้อน

สังคมจับจ้อง “ระบบไบโอเมตริกซ์” หรือข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล เทคโนโลยีใช้ยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพที่เป็นลักษณะเฉพาะ ใช้ตรวจสอบข้อมูลผู้ที่ผ่านดินแดนเข้าออกประเทศ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เป็นผู้รับผิดชอบดูแล “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า”

ระบบที่ว่า จะเชื่อมข้อมูลส่วนบุคคลกับคอมพิวเตอร์ด้วยกัน ข้อดีสำหรับผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำรายละเอียด หรือถือบัตรผ่านเข้าแดนใดๆ สร้างความสะดวกรวดเร็ว ป้องกันบัตรสูญหาย และยังยากที่จะถูกสวมรอย ส่วนองค์กร หรือบริษัทที่ใช้ก็จะช่วยลดต้นทุนการจัดการ

สรุปแล้วก็เหมือนฟังก์ชั่นบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่บันทึกข้อมูลเจ้าของมาใช้ปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หรือใบหน้า

แต่เมื่อถามถึงประสิทธิภาพคุ้มค่าคุ้มราคา 2,116 ล้านบาทหรือไม่นั้น ยังไม่แน่ชัด หลัง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชน ร้องเรียนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบโครงการจัดซื้อเครื่องตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลระบบไบโอแมตริกซ์ รวมถึงโครงการจัดซื้อรถสายตรวจอัจฉริยะ 260 คัน วงเงิน 900 ล้านบาท

โครงการที่ว่า “พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล” พล...สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบช.สตม. ปัจจุบันตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี เคยทำเรื่องถึง “บิ๊กแป๊ะ” พล...จักรทิพย์ ัยจินดา ผบ.ตร.ขอยกเลิกไปแล้ว โดยระบุเหตุผลความล่าช้าของโครงการ ทั้งบริษัทเอกชนคู่สัญญาส่งงานไม่ทัน และระบบไม่เสถียร ไม่สามารถใช้การได้เต็มประสิทธิภาพ แม้จะดำเนินการเรื่อยมาตั้งแต่สมัย พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.ในขณะนั้น ต่อเนื่องมายัง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จนถึง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.คนปัจจุบัน

แล้วไบโอเมตริกซ์ก็กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อรถยนต์หรู ยี่ห้อเลกซัส ทะเบียน 9กจ351 กรุงเทพมหานคร ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ที่จอดไว้หน้าร้านนวดแผนโบราณในซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ ถูกคนร้ายลอบยิงจนพรุน 8 นัด ก่อนขี่จักรยานยนต์ฮอนด้าคลิกสีดำ ไม่ทราบทะเบียนหลบหนีหายไปที่แยกสามย่าน ซึ่งพยานบอกว่าก่อนเกิดเหตุ มีรถเบนซ์สีดำ ขับเข้ามาวนเวียนในซอย 3 ครั้ง ดูมีพิรุธเพราะซอยดังกล่าวเป็นซอยตัน

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอย่างมั่นใจทันทีว่าสาเหตุที่ถูกคนร้ายลอบยิงรถนั้น เกิดจากผู้ที่เสียประโยชน์จากโครงการไบโอเมตริกซ์ แถมเล่าย้อนกลับไปเหตุการณ์ยิงรถนักข่าวเมื่อ 2 ปีก่อนที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ ทำให้เชื่อว่าเป็นแผนประทุษกรรมเดียวกัน

บิ๊กโจ๊กยังบอกว่า ถ้าผมไม่พบความผิดจริงก็ไม่เซ็นยกเลิกโครงการ เพราะบริษัทคู่สัญญาจะฟ้องผมได้ และที่ไม่ถูกฟ้องเพราะทำตามหน้าที่ ก่อนหน้านี้มีรอง ผบช.สตม.บางรายถูกย้ายไปทำงานใน ตร.แล้วก็ถูกกดดันให้เซ็นหนังสือตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยกับผม แต่ตำรวจนายนี้ไม่ยอมเซ็น ขอทำตามระเบียบก็ถูกย้ายออกไปอีก

“ผมพอจะมีข้อมูลบุคคลที่ต้องสงสัยแล้ว หากไม่ใช่คนมีอำนาจก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ ถ้าผมเป็น ผบ.ตร.แล้วจับคนร้ายไม่ได้ ก็ต้องออกมารับผิดชอบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ระบุ และยังบอกว่า ได้ให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.เพื่อให้ตรวจสอบบริษัทที่ขายรถอัจฉริยะว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์หรือไม่ หรือผู้ประมูลไบโอเมตริกซ์เป็นผู้เชี่ยวชาญที่เคยมีประวัติรับงานใน สตม.บ้างหรือไม่ รวมถึงการขยายวงเงินเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท ว่าใครได้ประโยชน์

ก่อนตบท้ายว่า “จริงๆ แล้วไบโอเมตริกซ์เป็นโครงการที่ดี เพียงแต่อุปกรณ์ที่มีอยู่มีคุณภาพหรือไม่

เพียงเท่านี้ก็เป็นเผือกร้อนถึง “บิ๊กอู๊ด” พล...สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ผู้คุมหัวเรือใหญ่ของหน่วย และ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.เพื่อนร่วมรุ่น นรต.40 ในฐานะรองประธานกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการ

พล.ต.ต.สุรพงษ์เคยบอกว่า ตร.ทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์กับกิจการร่วมค้า เอ็มที โดยมีบริษัทเอ็มเอสซี สิทธิผล จำกัด เป็นตัวแทนหลัก ชนะประมูลผ่านระบบอี-บิดดิ้ง ที่มีกระทรวงการคลัง เป็นตัวกลางตรวจสอบ กำหนดส่งมอบงานภายใน 660 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาเมื่อราวปี 2559 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 2 พฤษภาคมปี 2562

“ส่วนงานวิจัยพัฒนาจากภาครัฐและเอกชนได้เก็บข้อมูลค้นคว้าพบว่ามี 70 ประเทศทั่วโลกที่นำระบบไบโอเมตริกซ์มาใช้มีประสิทธิภาพทั้งในแง่การเดินทางเข้าประเทศผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และงานอาชญากรรม เนื่องจากระบบเดิมอย่างพาสปอร์ตรูปเล่มเพียงอย่างเดียวถูกสวมรอยได้ง่าย  ขณะที่ระบบใหม่มาจากประเทศเยอรมนี ต้องเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคล นอกจากรูปใบหน้าแล้วยังต้องใช้ลายนิ้วมือทั้งสิบ เหมือนทะเบียนประวัติอาชญากรรม ฉะนั้นคนไม่ดีคงจะรอดได้ยาก พล.ต.ต.สุรพงษ์ให้ข้อมูล

จากรายงานระบุว่า ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล หรือไบโอเมตริกซ์ จะถูกติดตั้งทั้งหมด 1,843 จุดทั่วประเทศ ตามด่านตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าและออก แม้กระทั่งด่านตำรวจน้ำ ด่านตามเมืองต่างๆ และอีก 16 สนามบิน ซึ่งติดตั้งพร้อมทดสอบระบบเรียบร้อยแล้ว 10 แห่ง เช่น จ.ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี บนเกาะสมุย และสนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เป็นต้น บางแห่งเริ่มใช้งานแล้ว

พล.ต.ต.สุรพงษ์ระบุอีกว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้นนั้นเนื่องจากบริษัทเอกชนผู้รับเหมา ได้ทำหนังสือชี้แจงว่าท่าอากาศยานบางแห่งยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงต่อเติม ทำให้ไม่สามารถเข้าไปติดตั้งระบบได้ทันวันรับมอบงวดที่ 6 ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 นับเป็นเหตุสุดวิสัย จึงขอขยายเวลาส่งมอบไปอีก 110 วัน ตามระเบียบข้อบังคับการจัดซื้อส่งมอบครุภัณฑ์

“ข้อมูลตรงกับที่บริษัทโทรคมนาคม ที่เข้าไปติดตั้งระบบสัญญาณแจ้งว่า ท่าอากาศยานแห่งนั้นกำลังปรับปรุงพื้นที่ทำให้ไม่สามารถส่งมอบได้ตามกรอบระยะเวลา แต่ยืนยันว่ายังไม่มีการยกเลิกสัญญาว่าจ้างกับบริษัทเอกชนรายนี้แน่นอน หากว่าบริษัทไม่สามารถส่งมอบครุภัณฑ์ได้ตามกำหนดแม้จะขยายเวลาให้แล้ว ก็จะต้องถูกปรับวันละ 5 ล้านบาท” รอง ผบช.สตม.แจกแจง

กลับไปที่เหตุคนร้ายยิงรถของ “บิ๊กโจ๊ก” ผ่านมาเกือบสัปดาห์ คดีเริ่มจะเงียบ กลับมีคลิปเสียงคล้าย 2 นายพลตำรวจใหญ่คุยกันผ่านทางโทรศัพท์ หลุดออกมาทางโซเชียล เป็นบทสนทนาที่เผ็ดร้อน ทำนองการสั่งเบรกรองผู้บัญชาการตำรวจนายหนึ่ง ไม่ให้ลงมาทำคดีการยิงรถของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มากเกินไป ขอให้เป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)

ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.ออกมายอมรับว่า นั่นเป็นบทสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.

จนถึงตอนนี้ปมปัญหายิงรถของ “บิ๊กโจ๊ก” เหมือนเป็นเพียงฉากหน้าเพื่อปูทางไปสู่เรื่องส่วนตัวระหว่างคนไม่กี่กลุ่ม เป็นฉากหนึ่งของการเมืองในวงกากีที่ดุเดือด ก่อนถึงวาระเกษียณของ พล...จักรทิพย์ ในเดือนกันยายนนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon