ศาลนัดไกล่เกลี่ย 20 ก.พ. อดีต ผอ.หอศิลปฯฟ้องมูลนิธิหอศิลปฯเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 20 มกราคม ที่ศาลแรงงานกลาง ถนนพระราม4 ศาลนัดไกล่เกลี่ยในคดีหมายเลขดำ ที่ ร5228/2562 นายปวิตร มหาสารินันทน์ อดีต ผอ.หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ยื่นฟ้อง มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมเเห่ง กรุงเทพ เรียกเงินค่าชดเชย เงินเพิ่ม เลิกจ้างไม่เป็นธรรม เรียกค่าเสียหาย

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า โจทก์เคยเป็นลูกจ้างของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลใช้ชื่อว่ามูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2561 จำเลยได้ทำสัญญาจ้างให้โจทก์ทำงานให้ในตำแหน่งผู้อำนวยการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครโดยโจทก์ได้รับค่าจ้างในอัตราเดือนละ 100, 000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 จำเลยได้มีหนังสือแจ้งการไม่ต่อสัญญาจ้างกับโจทก์โดยให้มีผลเป็นการเลิกจ้างในวันที่ 30 กันยายน 2552 ซึ่งจำเลยให้เหตุผลในการเลิกจ้างว่า“ ผลการประเมินการปฏิบัติงานของโจทก์ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ “ โดยหลังจากที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์ได้ทำงานกับจำเลยมาเป็นระยะเวลา 1 ปี 7 เดือนซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90วันโดยโจทก์ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายในอัตราเดือนละ 100,000บาท ก่อนที่จำเลยเลิกจ้างดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากการที่ถูกจำเลยเลิกจ้างเป็นเงินจำนวน 300,000บาทซึ่งจำเลยมีหน้าที่จะต้องชำระค่าชดเชยดังกล่าวนี้แก่โจทก์ตามกฎหมายภายในสามวันนับแต่วันเลิกจ้าง แต่จนถึงขณะนี้จำเลยก็ยังไม่ได้ชำระเงินค่าชดเชยจำนวน 300,000บาทให้แก่โจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ดังนั้นจำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินค่าชดเชยตามกฎหมายแก่โจทก์จำนวน 300,000บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันที่จำเลยผิดนัดชำระค่าชดเชยตามกฎหมายคือวันที่ 3 ต.ค.62 ถึงวันฟ้องเป็นระยะเวลา 51 วัน (ฟ้องวันที่ 22 พ.ย.62) คิดเป็นดอกเบี้ยจำนวน 6,287 บาท

และจำเลยต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มจากการที่จำเลยจงใจไม่จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่ายค่าชดเชยในอัตราร้อยละ15ของจำนวนเงินค่าชดเชย 300,000บาทที่จำเลยค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวันจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จโดยคำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงินเพิ่มจำนวน 315,000 บาท นอกจากนี้การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุผลในการเลิกจ้างว่าผลการประเมินการปฏิบัติงานของโจทก์ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการดังกล่าวจำเลยไม่มีเอกสารรายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานของโจทก์มาแสดงต่อโจทก์เพื่อให้โจทก์สามารถตรวจสอบถึงรายละเอียดและใช้สิทธิชี้แจงหรือโต้แย้งได้แต่อย่างใดอันเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมกันโจทก์เป็นอย่างยิ่งดังนั้นการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอาศัยเหตุดังกล่าวทั้งที่โจทก์ไม่มีความผิดแต่อย่างใดจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมโจทก์จึงขอคิดค่าเสียหายจากการที่ถูกจำเลยเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงินจำนวน 300,000บาทและให้จำเลยส่งมอบเอกสารรายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานของโจทก์แก่โจทก์ด้วย รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องรับผิดชำระแก่โจทก์ตามฟ้องทั้งสิ้นจำนวน 921,287 บาท

ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความส่งหนังสือทวงถามไปยังจำเลยให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์แล้วแต่จำเลยได้รับแล้วก็เพิกเฉยไม่ได้ชำระเงินแก่โจทก์แต่อย่างใด

โดยในวันนี้คู่ความเดินทางมาศาลเพื่อเจรจาไกลเกลี่ยโดยในวันนี้ได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยแล้วคดีมีแนวทางตกลงกันได้ ผู้รับมอบอำนาจจำเลยต้องนำข้อเสนอของโจทก์ไปให้คณะกรรมการเพื่ออนุมัติก่อน ศาลจึงให้เลื่อนไปนัดไกล่เกลี่ย พิจารณาและสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ดีป้า’​ โชว์ความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบท่าเรืออัจฉริยะ หวังยกระดับการให้บริการท่าเรือแหลมฉบัง
บทความถัดไป“ช้อปปี้” ส่งแคมเปญ “Shopee 2.2 Cashback Sale” รับปีหนูทอง เอาใจนักช้อป