ปธ.ศาลฎีกาออกระเบียบฯการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับผู้ถูกคุมขังในเรือนจำ ป้องกันเเพร่ระบาดโควิด-19

นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา

“ไสลเกษ”ปธ.ศาลฎีกาออกระเบียบฯการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับผู้ถูกคุมขังในเรือนจำ ป้องกันเเพร่ระบาดโควิด-19 ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ไต่สวนสืบพยาน-ออกหมาย-อ่านคำพิพากษาผ่านจอภาพ สราวุธ เลขาฯศาลยุติธรรม ชี้ลดความเสี่ยง ผู้ถูกขังไม่เครียดไม่ต้องถูกกักตัวตอนเข้าเรือนจำ14วัน ป้องกันเหตุในคุก

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเปิดเผยว่า ในวันนี้ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาได้มีประกาศ ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาในศาลที่เกี่ยวกับผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหรือสถานที่กักขังในระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พ.ศ.2563 ความว่า โดยที่ปรากฎสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนและสภาพสังคมและเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก การป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดแก่ผู้ถูกคุมขังที่แออัดอยู่ในเรือนจำหรือสถานที่กักขังและแก่บุคคลากรต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรมนับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
ขณะเดียวกันการดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหรือสถานที่กักขังที่ต้องปราศจากเสรีภาพ จักยังต้องคงไว้ซึ่งการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกาจึงเห็นควรออกระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า“ ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาในศาลที่เกี่ยวกับผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหรือสถานที่กักขังในระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)

2.ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

3.ในการติดต่อระหว่างศาลกับพนักงานสอบสวนพนักงานอัยการ ทนายความ คู่ความในคดีและเจ้าพนักงานเรือนจำหรือเจ้าหน้าที่สถานที่กักขังอาจกระทำโดยทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นก็ได้

4.การสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาศาลพึงพิจารณาดำเนินการให้มีการสอบถามโดยถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 87/1และข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาในลักษณะประชุมทางจอภาพพ.ศ.2556 และพึงอนุโลมใช้กับการยื่นคำร้องขอหมายขังและการสอบถามผู้ต้องหาตั้งแต่ครั้งแรกด้วย

5.การถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่การอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง การสอบถามคำให้การ การตรวจพยานหลักฐาน และการสืบพยาน ศาลพึงพิจารณาดำเนินการโดยถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการสืบพยานคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพพ.ศ.2556 โดยอนุโลม

6.การอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลศาลพึงพิจารณาดำเนินการโดยถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลสูงในลักษณะการประชุมทางจอภาพ พ.ศ.2562โดยอนุโลม

7.การดำเนินการตามระเบียบนี้จึงใช้เฉพาะในช่วงที่ยังมีวิกฤตการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการดำเนินการต่อผู้ถูกคุมขังจะต้องดำเนินการโดยเปิดเผยให้ผู้ถูกคุมขังเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ อย่างแท้จริงและให้โอกาสในการโต้แย้งคัดค้านได้อย่างเต็มที่

8.เพื่อให้การปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยศาลอาจกำหนดแนวทางปฏิบัติของแต่ละศาลได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

9.ในกรณีมีความจำเป็นต้องมีวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดในทางธุรการเพื่อให้การปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมอำนวยความสะดวกและกำหนดวิธีการนั้นประกาศ

โดยนายสราวุธกล่าวว่าการที่ประธานศาลฎีกาได้ออกระเบียบดังกล่าวนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-2019 โดยที่ผู้ต้องหาจากเรือนจำก็จะไม่ต้องออกนอกสถานที่มายังศาล ที่เมื่อกลับเข้าไปในเรือนจำก็จะกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงต้องถูกกักตัว 14 วันก่อน วิธีการตรงนี้เป็นการช่วยลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสในเรือนจำซึ่งไวรัสนี้อาจเป็นสาเหตุให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกคุมขังมีความตึงเครียด ตรงนี้จึงช่วยในเรื่องมาตรการเฝ้าระวังที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในเรือนจำอย่างในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ที่ผ่านมาได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หุ้นเปิดวูบ ลบ 16.08 จุด ตัวเลขผู้ติดเชื้อ-เสียชีวิตจากโควิด-19 กลับมากดดันอีกครั้ง
บทความถัดไป‘วราวุธ’ ขอโทษคนเชียงใหม่ ยัน จนท.ทำเต็มที่ ชี้ ลงพื้นที่พบคนจุดไฟเผาป่าหวังป่วน