รองโฆษกอัยการ รับจริง ไอเดียให้ตร.เอาสำนวนไปตากแดดฆ่าโควิด แต่เลิกไปแล้ว

มาตรการให้ตำรวจเอาสำนวนตากเเดดก่อนส่งอัยการจังหวัดสงลา 1 ชั่วโมงเป็นเรื่องจริง เเต่สั่งให้ยกเลิกเเล้ว รองโฆษก อสส.เผยฆ่าเชื้อไม่ได้หมด แนะล้างมือด้วยสบู่ สวมแมสก์ อย่าเอามือสัมผัสหน้า

เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยเเพร่ในโลกออนไลน์ถึงนโยบายของอัยการจังหวัดสงขลา ให้พนักงานสอบสวนที่มาส่งสำนวนให้นำสำนวนไปวางบนชั้นเพื่อตากเเดดเป็นเวลา1ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาส่งสำนวนเป็นผู้เฝ้าว่า ที่เกิดขึ้นว่าเรื่องไวรัสโควิด-19กับสำนวนการสอบสวน หรือเอกสารต่างๆที่ต้องทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ได้สอบถามไปยังนพ. วิศิษฎ์ ประสิทธิศิริกุล รอง ผอ.สถาบันบำราศนราดูรได้ให้ความรู้เรื่องโควิด-19กับสำนวนการสอบสวนหรือเอกสารเป็นจำนวนมากว่า เชื้อโควิด-19จะสามารถอยู่กับพื้นผิวที่เป็นกระดาษได้ 3 วันจึงจะตาย ฉะนั้นเมื่อมีการส่งสำนวนสอบสวน หากอัยการรับมาก็สามารถตรวจอ่านสำนวนได้ปกติ เเต่ควรจะต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาที่อ่านสำนวน และเมื่อเสร็จงานแล้วให้ล้างมือด้วยน้ำสบู่ก็เพียงพอ เพราะธรรมชาติของเชื้อโควิด-19เป็นเชื้อไวรัส ที่ตายง่ายเพียงแต่มีเกราะ เป็นไขมันที่คุ้มครองอยู่ เมื่อล้างมือด้วยน้ำสบู่ไขมันจะถูกล้างออกไป เชื้อไวรัสก็จะตายด้วย

“เเต่เชื้อโควิด-19 สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทาง ตา จมูก ปาก ก็ต้องตื่นรู้ไว้เสมอว่า มือเราอาจมีเชื้อปนเปื้อน ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ ใส่หน้ากาก ไม่เอามือไปลูบหน้า สัมผัส ตา จมูก ปาก ก็ป้องกันเชื้อโควิดได้แล้ว การเอาสำนวนหรือเอกสารไปตากแดด 1 ชั่วโมงเชื้อโควิด-19ก็จะตายในส่วนที่โดนแดด แต่เอกสารจำนวนมากที่ทับซ้อนกันอยู่ ยังไม่สามารถตากแดดได้ทุกหน้า จึงอาจยังคงปนเปื้อนเชื้อได้”นายโกศลวัฒน์ กล่าว และว่า เรื่องนี้ได้สอบถามไปยังอัยการจังหวัดสงขลาเเล้วทราบข้อมูลมาว่า เรื่องดังกล่าวเป็นมาตรการของอัยการสงขลาจริงโดยอัยการเพิ่งย้ายมาปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ซึ่งเมื่อมีมาตรการออกไปทางตำรวจก็เเจ้งข้อขัดข้องดังกล่าวมา ซึ่งอัยการจังหวัดสงขลาก็ได้พิจารณายกเลิกมาตรการดังกล่าวไป เเละหาทางเเนวทางที่จะร่วมปฏิบัติด้วยกัน

“เเต่อย่างไรก็ตามในเรื่องการป้องกันไวรัสโควิด-19 แพทย์ได้ให้เเง่คิดที่ตนเชื่อเเละนำมาปฏิบัติว่า ถ้าความเป็นจริงเราทำมากกว่าสิ่งที่เราควรทำเราจะรอด แต่ถ้าความเป็นจริงเราทำน้อยกว่าสิ่งที่เราควรทำเราไม่รอด ป้องกันตนเองจากโควิด ไม่รับเชื้อ ไม่แพร่เชื้อ เราจะรอดไปด้วยกัน” รองโฆษกอัยการกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม.ชวนคนกรุงใช้ “BKK COVID-19” คัดกรอง ให้ความรู้ ขอความช่วยเหลือเบื้องต้น
บทความถัดไป‘ตะวัน’ เผยซ้อมกับ ‘ทาคุมิ’ ราว 2สัปดาห์ ก่อนแข้งญี่ปุ่นตรวจพบติดเชื้อโควิด-19