ศาลอาญาเลื่อนนัดอ่านฎีกาคดีนปช.บุกบ้านสี่เสาฯ ไป 26 มิ.ย.นี้ เลี่ยงโควิด

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีในวันที่ 30 เมษายน นี้เวลา09.00น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีกลุ่มนปช.ชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฯ นั้น

ล่าสุดศาลอาญาได้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ออกไปเป็นวันที่ 26 มิถุนายน นี้ เวลา 09.00 น. เนื่องจากอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรื่องการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส และประกาศคำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ให้ผู้รับผิดชอบราชการศาลใช้ดุลพินิจพิจารณาเลื่อนคดีจัดการพิเศษ คดีสามัญ และคดีสามัญพิเศษทุกคดี ที่นัดในช่วงเวลาตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีนี้มีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้วรวม 4 ครั้ง ครั้งแรกศาลอาญานัดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ปรากฏว่าครั้งนั้นนายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 ป่วย ศาลจึงเลื่อนนัดมานัดครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 แต่เกิดกรณีที่จำเลยที่ 4-7 ขอกลับคำให้การเดิมจากปฏิเสธสู้คดี เป็นขอรับสารภาพผิด ศาลอาญาจึงต้องส่งคำพิพากษากลับไปให้ศาลฎีกาพิจารณาใหม่ ก่อนศาลอาญาจะนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งที่ 3 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 อย่างไรก็ตาม วันดังกล่าวมีเหตุเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งเพราะนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ย้ายที่อยู่ไม่สามารถส่งหมายนัดให้นายนพรุจได้ ศาลอาญาจึงเลื่อนนัดมาเป็นวันที่ 30 เมษายน นี้ ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงต้องเลื่อนนัดเป็นวันที่ 26 มิถุนายน นี้เวลา 09.00น.

โดยคดีนี้ ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ริบของกลาง

ต่อมาวันที่ 10 มกราคม 2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยมีความผิดฐานเป็น ผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม เพียงกรรมเดียว จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 จำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 2-3

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสถานะการเงินไทย ล่าสุด
บทความถัดไป21วัน อัยการฟ้องคดีผู้ฝ่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทั่วประเทศ 17,284 คน