เตรียมฟ้องแก๊งครูหื่น รอผลตรวจดีเอ็นเอ-สรุปหลักฐาน ชาวบ้านติงบ้านพักทรุดโทรม ตั้งที่เปลี่ยว

เตรียมฟ้องแก๊งครูหื่น รอผลตรวจดีเอ็นเอ-สรุปหลักฐาน ชาวบ้านติงบ้านพักทรุดโทรม ตั้งที่เปลี่ยว

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีแก๊งครูหื่น หลังมีพ่อแม่ผู้ปกครองนำเด็กหญิง นักเรียน ผู้เสียหาย อายุ 14 ปี และ 16 ปี รวม 2 ราย ของโรงเรียนดงมอนวิทยาคม ต.ดงมอน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ที่ตกเป็นเหยื่อล่วงละเมิดของครูชาย 5 คน และศิษย์เก่าอีก 2 คน จนกระทั่งมีการแจ้งความร้องทุกข์นั้น

ล่าสุดในการดำเนินคดี พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวินิชย์ ผบช.ภ.4 สั่งการให้เร่งรัดคดีให้ดำเนินการตามขั้นตอนให้เร็วที่สุด ซึ่งเหลือเพียงการรอผลตรวจดีเอ็นเอ นำไปเทียบเคียงกับผู้เสียหาย และผลการตรวจร่างกายผู้เสียหายของคณะแพทย์ และยังมีการสอบสวนเพิ่มเติมบางราย หลังจากนี้จะได้มีการสรุปสำนวนส่งอัยการ นำสู่กระบวนการฟ้องต่อศาล ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยทางตำรวจยืนยันคดีไม่มีปัญหาซับซ้อน และมีหลักฐานเพียงพอเอาผิดทุกราย

ส่วนผู้เสียหายทั้ง 2 ราย มีรายแรกที่อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็ก ซึ่งยืนยันว่าสภาพจิตใจดีขึ้น และรายที่ 2 ยังอยู่ในการดูแลของครอบครัว พบว่ามีกำลังใจที่ดี ไม่มีปัญหาการคุกคามข่มขู่ ทั้งผู้เสียหายและพยาน

ด้าน นายจักราวุธ สอนโกษา ผอ.สพม.22 เปิดเผยแนวทางการดูแลตามอำนาจหน้าที่ว่า หลังมีการพิจารณาจากข้อมูลพยานหลักฐาน ตามขั้นตอนได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ ทั้ง 5 ราย สิ่งที่ สพม.22 จะต้องดำเนินการคือ การวางมาตรการดูแลในระยะยาว ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก เริ่มจากการรับนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งศูนย์ป้องกันการทุจริต รวมถึงการป้องกันปัญหายาเสพติด และล่วงละเมิดทางเพศ ในสถานศึกษา นำร่องจัดตั้งที่ สพม.22 ตั้งอยู่ จ.นครพนม ดูแลพื้นที่นครพนมและมุกดาหาร พร้อมตั้งศูนย์ภายในโรงเรียนทุกแห่ง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจกับชุมชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ในการช่วยดูแลติดตามพฤติกรรมเด็ก และให้นักเรียนร่วมโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน พร้อมมีเจ้าหน้าที่ดูแลรับผิดชอบต่อเนื่อง ในการรับเรื่อง แจ้งเบาะแส

ซึ่งมั่นใจว่า หากมีการสร้างส่วนร่วมทุกฝ่ายปัญหาจะไม่เกิดขึ้น สำหรับการดำเนินการของ สพม.22 ขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีการช่วยเหลือคนผิด และดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง ทั้งการสอบวินัยร้ายแรง การให้ออกราชการ การตัดสิทธิราชการ ไปจนถึงผู้บริหารโรงเรียน จะต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน อยู่ระหว่างการสอบสวนโดยละเอียด พร้อมจะมีการสรุปนำเสนอต้นสังกัด ควบคู่กับการดำเนินคดีของตำรวจด้วย

ขณะที่ นางแพรนวล อายุ 45 ปี แม่ค้าขายของในโรงเรียน ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า สำหรับปัญหาดังกล่าว เมื่อเกิดแล้ว ตนมองว่าสิ่งที่จะแก้ไขได้ จะต้องร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ในการช่วยกันเอาใจใส่ดูแล รวมถึงคณะครูทุกคน ที่จะช่วยสร้างจิตสำนึก เป็นหูเป็นตา ดูแลนักเรียน

ตนมองว่าปัญหาจะเกิดยาก คนที่คิดผิดจะไม่กล้าทำ สิ่งสำคัญสถานที่ อาคารเรียน รวมถึงที่พักครู บ้านพักครู อยากให้มีการพัฒนาปรับปรุง พิจารณาแก้ไขในส่วนที่ทรุดโทรม เพราะปัจจุบันพบเห็นบ้านพักครูส่วนใหญ่ที่ตั้งในโรงเรียน จะตั้งอยู่ในที่เปลี่ยว ลับตาคน และมีสภาพทรุดโทรม ทำให้บางคนฉวยโอกาสใช้พื้นที่บ้านพักครูตั้งกลุ่มมั่วสุม เพราะไม่มีคนมาตรวจสอบดูแล จึงควรมีการพัฒนาปรับปรุง เพื่ออยู่ในที่ตั้งเหมาะสม ไม่ใช่อยู่ในป่า เสี่ยงต่ออันตราย ทั้งเด็กนักเรียน รวมถึงครูผู้หญิงด้วย จึงคิดว่าส่วนหนึ่งจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงในส่วนนี้ด้วย เพราะสร้างมาหลาย 10 ปีแล้ว บางหลังกลายเป็นที่มั่วสุม เสี่ยงอันตราย เพราะไม่มีใครมาสอดส่องดูแล ผู้บริหารต้องเอาใจใส่กว่านี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คลังเล็งแจกเงินอีก 12.5 ล้านคนช่วยโควิด-19 ในกลุ่มบัตรคนจน -เปราะบาง
บทความถัดไปคลิกที่นี่!! ตรวจหวย ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 เม.ย. 2563 ออกวันที่ 16 พฤษภาคม 2563