พ่อ “แม่ปุ๊ก”โอดเงินบริจาค 20 ล้าน ไม่มีจริงยังดิ้นหาเงินประกันตัวลูก

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้าน น.ส.นิษฐา วงวาล หรือ แม่ปุ๊ก ซอยเทิดราชัน 13 ถ.เทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ผู้ต้องหาคดี “รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน” หลังตำรวจกองปราบปรามจับกุมที่ผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงชาวเน็ตให้สั่งซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊กโดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปรักษา ด.ญ.อมยิ้ม อายุ 3 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคประหลาดก่อนที่เด็กจะเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2562 ต่อมา แม่ปุ๊กอ้างว่า ด.ช.อิ่มบุญ อายุ 3 ขวบ น้องคนเล็กได้ป่วยแบบเดียวกัน แต่เมื่อแพทย์ตรวจสอบอาการเด็กแล้วพบพิรุธว่าอาจถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายร่างกาย ขณะที่ตัวแม่ปุ๊กกลับได้เงินช่วยเหลือประมาณ 20 ล้านบาท

พ่อของแม่ปุ๊ก กล่าวว่ามีข้อสงสัยในข้อมูลที่ออกมาว่าแม่ปุ๊กใช้น้ำยาล้างห้องน้ำคลุกข้าวให้ลูกกินนั้น มีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของแพทย์บอกว่าเป็นสารเคมีไม่มีสี กลิ่นและรส ตนถามกลับว่าน้ำยาล้างห้องน้ำนั้นเป็นอย่างไร มีกลิ่นรุนแรงหรือไม่ สำหรับปุ๊ก หลังถูกจับกุมไปจนตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยม และยังหาเงินกว่า 3 แสนบาท ไปประกันตัวไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากปุ๊กมีเงินบริจาค 20 ล้านบาทจริง พวกตนคงไม่ต้องมาอยู่อาศัยกันที่บ้านแบบนี้ แค่ได้ยินก็ตกใจแล้ว ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านมีตนเป็นเสาหลักครอบครัว ปุ๊กไม่เคยโอนเงินบริจาค หรือดูแลค่าใช้จ่ายในบ้านเลย มีบ้าง เล็กน้อยเท่านั้น

พ่อแม่ปู๊ก กล่าวอีกว่า สำหรับอาการป่วยของหลานทั้งคู่นั้นต่างกัน น้องยิ้มมีอาการแพ้อาหาร ได้แก่ นม,ไข่,ถั่วเหลือง ฝุ่นและแดด จะขึ้นผื่นคัน และเหนื่อยหอบ ที่ผ่านมาน้องอิ่มไม่เคยป่วยอะไรเลย การที่น้องต้องเข้า รพ.ธรรมศาสตร์รังสิตนั้น เพราะหมอที่รักษาน้องยิ้มเรื่องภูมิแพ้ ให้ไปตรวจว่ามีอาการเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากน้องอิ่มเคยกินปลาหมึกแล้วเกิดอาการขึ้นผื่นจึงเข้าใจว่าน่าจะแพ้อาหารทะเล จึงส่งรูปให้หมอดู แล้วหมอก็นัดให้ไปหาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และก็ไม่ได้ออกจาก รพ.เลย ทั้งนี้ น้องอิ่มไม่อาเจียนเป็นเลือด แต่กลับพบแผลไหม้ที่ปาก ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการรักษาตัวที่ รพ.ไม่ใช่ที่บ้านแน่นอน ซึ่งน้องยิ้มไม่เคยมีแผลแบบนี้ ตนพูดตามที่เป็นจริงไม่ได้ปรักปรำใคร และไม่ทราบว่าทำไมกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) สั่งห้ามไม่ให้ใครในบ้านเข้าเยี่ยมเด็ก

“หมอถามตนรู้หรือไม่ว่าน้องอิ่มโดนสารเคมี เมื่อตนถามว่าคือสารอะไรหมอก็ไม่ทราบ ตนก็สงสัยว่าจะเป็นผงชูรสหรือไม่ ซึ่งตอนนั้นหมอก็เริ่มเกิดความสงสัยในตัวปุ๊ก ทั้งแนะนำตนให้ปุ๊กไปหาจิตแพทย์อีกด้วย” พ่อกล่าวและยืนยันว่า น้องอิ่มเป็นลูกของปุ๊กแน่นอนเพราะตนเป็นคนโทรศัพท์เรียกรถโรงพยาบาล ไปแจ้งเกิด ตั้งชื่อเด็กเอง แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นพ่อ ยอมรับว่าตอนนั้นไม่รู้ว่าปุ๊กตั้งครรภ์ ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าปุ๊กจะรับเลี้ยงเด็กเพิ่มอีก 2 คนตามที่มีกระแสข่าวไปเลย ถามว่าจะไปรับจากที่ไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ทบ.’ ส่งชุดปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนป้องโควิด-19 ที่เอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงิน-สีม่วง 25-31 พ.ค.นี้
บทความถัดไป2 รมต.พาณิชย์ ลุยตรวจเยี่ยม”โครงการฮิตคนถูกใจ ทั้งพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน และประกันรายได้เกษตรกร