ทีมแพทย์แฉพิรุธ ‘แม่ปุ๊ก’ เผยนาทียื้อชีวิตน้องอุ้มบุญ มัวคว้าโทรศัพท์ถ่ายคลิป

สืบเนื่องกรณีตำรวจกองปราบจับกุม น.ส.นิษฐา หรือแม่ปุ๊ก ในข้อหา “รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน” ที่ก่อเหตุหลอกลวงชาวเน็ตให้สั่งซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปรักษา ด.ญ.อมยิ้ม อายุ 3 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคประหลาด ก่อนเด็กจะเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2562 ต่อมา แม่ปุ๊กอ้างว่า ด.ช.อิ่มบุญ อายุ 3 ขวบ น้องคนเล็กได้ป่วยแบบเดียวกัน แต่เมื่อแพทย์ตรวจสอบอาการเด็กแล้วพบพิรุธว่าอาจถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายร่างกาย ขณะที่ตัวแม่ปุ๊กกลับได้เงินช่วยเหลือไปร่วม 20 ล้านบาทนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ข่าวสดออนไลน์ รายงานอ้างอิงทีมแพทย์ผู้รักษาน้องอมยิ้มและน้องอิ่มบุญ ว่า ผลตรวจอาการป่วยของน้องอมยิ้มและน้องอิ่มบุญมีสิ่งที่เหมือนกันคือการพบสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เชื่อว่าน่าจะถูกผสมลงไปในอาหารและเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่ากลัวคือสารดังกล่าวเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างมากจนเกินไป จนไปทำลายอวัยวะภายใน ซึ่งปริมาณสารเคมีที่ทั้ง 2 คนได้รับแตกต่างกันออกไป

ทีมแพทย์กล่าวอีกว่า กรณีน้องอิ่มบุญนั้น เชื่อว่าน่าจะได้รับสารเคมีในปริมาณที่มากกว่า จนทำให้อาการที่แสดงออกมาดูหนักและรุนแรงกว่าอาการของคนที่แพ้อาหารทะเล นั่นเป็นเหตุผลที่ให้เชื่อได้ว่าสารที่ได้รับเป็นสารกัดกร่อน เรื่องนี้นำไปสู่ตรวจสอบย้อนหลังถึงอาการป่วยของน้องอมยิ้มที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะได้รับสารเคมีในปริมาณน้อยกว่า จึงมีอาการที่คล้ายกับคนแพ้อาหารทะเล แต่ได้สารต่อเนื่องในระยะเวลาที่นานกว่า ทำให้แพทย์รักษาทุกวิถีทางก็ไม่หายขาด ซึ่งแพทย์พยายามตรวจหาสาเหตุอาการป่วยทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการส่องกล้อง และตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางห้องแล็บหลายครั้งก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุโรคดังกล่าวได้ จนสุดท้ายต้องเสียน้องอมยิ้มไป

“ส่วนพฤติกรรมของแม่ปุ๊กเป็นที่น่าสงสัย ขณะที่น้องอิ่มบุญมีอาการป่วยหนักจนถึงขั้นอาเจียนออกมาเป็นเลือดแทบสลบ ทีมแพทย์กำลังเร่งช่วยเหลือรักษาพยาบาลยื้อชีวิต แต่ผู้เป็นแม่ที่ควรจะต้องวิ่งมาดูอาการลูก ถามไถ่ กลับคว้าโทรศัพท์มือขึ้นมาถ่ายคลิปอาการของลูกแทน จึงกลายเป็นอีก 1 ข้อคลางแคลงใจที่ทีมแพทย์เริ่มจับสังเกตและไม่ไว้ใจแม่ปุ๊กว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการป่วยของเด็กทั้ง 2 หรือไม่” ทีมแพทย์กล่าว

ทีมแพทย์ กล่าวด้วยว่า หลักฐานอ้างอิงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลทางการแพทย์ หรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์ที่ค่อนข้างชัดเจน มั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้ เชื่อว่ากรณีนี้อาจจะไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว น่าจะมีผู้ร่วมกระบวนการมากกว่า 1 คน ซึ่ง 1 ในนั้นมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นพ่อของเเม่ปุ๊ก

ย้อนอ่าน : พ่อ “แม่ปุ๊ก”โอดเงินบริจาค 20 ล้าน ไม่มีจริงยังดิ้นหาเงินประกันตัวลูก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เฉลิมชัย’ แนะเกษตรกรยื่นอุทธรณ์ขอเยียวยา ถึง 5 มิถุนายนนี้
บทความถัดไปพิษโควิด ‘กสทช.’ จ่อเคาะยืดจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ทุกกิจการในกำกับดูแล