อัยการแจงสั่งฟ้อง ‘เสี่ยไฮ้’-พวก คดีฆ่าอำพรางเซลส์สาวไม่ทันศาลปล่อยขาด เหตุ ตร.ส่งสำนวนกระชั้นชิด

รองโฆษก อสส.แจงเหตุอัยการสั่งสำนวนไม่ทันศาลปล่อยขาด ‘เสี่ยไฮ้’-พวก คดีฆ่าอำพรางศพเซลส์ขายปุ๋ย เผยตำรวจส่งมากระชั้นชิดต้องสั่งสอบเพิ่ม ภายหลังหนีให้ตำรวจขอศาลออกหมายจับแล้ว

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีที่มีการกล่าวหา นายสันติ หรือเสี่ยไฮ้ จึงทองดี อายุ 62 ปี นายนิวัฒน์ หรือแจ็ค เฉลิมวัฒน์ อายุ 36 ปี 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย, ร่วมกันทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ โดยไม่มีเหตุอันสมควร, ร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี น.ส.กลิ่นเกษร วงษ์สิงห์ อายุ 33 ปี เซลส์สาวขายปุ๋ย ที่กลายเป็นบุคคลผู้สูญหายนาน 3 ปี ว่า

จากการตรวจสอบไปยังนายธรรมภณ จิรธรรมประดับ อัยการจังหวัดสระบุรี ทราบว่า คดีนี้เมื่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองโดน ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดสระบุรีเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการรับสำนวนในระหว่างการฝากขัง นายสันติ หรือไฮ้ และนายนิวัฒน์ หรือแจ็ค ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 เป็นครั้งที่ 7 โดยจะครบวันสุดท้ายในวันที่ 13 มีนาคม เท่ากับเหลือเวลาให้อัยการพิจารณาเพียง 1 วัน โดยพนักงานสอบสวนถือสำนวนไว้ 83 วัน เมื่อได้สำนวนมาทางอัยการจังหวัดสระบุรีได้รายงานไปยังสำนักงานอธิบดีอัยการภาค 1 ก่อนที่นายศิริชัย วิทยโชคกิติคุณ อธิบดีอัยการภาค 1 จะเรียกสำนวนไปพิจารณาเนื่องจากเป็นคดีสำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชน พร้อมตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาโดยเร่งด่วน และมีประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติมทันทีในวันที่ 12 มีนาคม ทำให้ไม่สามารถที่จะยื่นฟ้องให้ทันภายในวันที่ 13 มีนาคมได้ ตามกฎหมายศาลต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาระหว่างฝากขัง

ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมมีการจับกุม นายมาโนช สอบสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ กระทั่งได้รับผลการสอบสวนเพิ่มเติมครบถ้วนในวันที่ 7 พฤษภาคม คณะทำงานจึงมีคำสั่งทันทีในวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 ทั้งหมด ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ช่วยกันซ่อนเร้นทำลายศพและทำให้เสียทรัพย์ โดยในส่วนของผู้ต้องหาที่ 3 ที่จับกุมได้ภายหลังนั้นอยู่ระหว่างฝากขัง ทางพนักงานอัยการจังหวัดสระบุรีจึงได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาที่ 3 ไปก่อนในวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นายประยุทธกล่าวว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ที่ปล่อยขาดไป ทางพนักงานอัยการได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนไปนำตัวมาส่งให้อัยการในวันที่ 26 พฤษภาคม ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งสองไม่มาตามกำหนดนัด พนักงานอัยการจึงแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.หนองโดน ดำเนินการขอศาลจังหวัดสระบุรีออกหมายจับ นายสันติ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายนิวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 2 ในวันที่ 27 พฤษภาคม ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่พนักงานสอบสวนจะติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองมายื่นฟ้องต่อศาลต่อไป

“ท่านอธิบดีอัยการภาค 1 ให้ความสำคัญในการทำพิจารณาสำนวนด้วยความละเอียดรอบคอบ เพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงนำสำนวนมาพร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสำนวนทันที แต่ด้วยเงื่อนเวลาที่ทางพนักงานสอบสวนส่งสำนวนมาให้ก่อนวันครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายเพียงหนึ่งวันนั้น ประกอบต้องสอบสวนเพิ่มเติม ทำให้จำเป็นต้องปล่อยขาด ก่อนที่ผลการสอบสวนเพิ่มเติมจะได้มาครบถ้วน จึงดำเนินการยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 ทันที ส่วนการติดตามตัวผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 มายื่นฟ้องต่อศาลนั้นเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ต้องติดตามจับกุมมาให้ได้” รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อธิบดีพช.-ประธานสภาสตรีฯ’ ร่วมปลูกต้นไม้ โครงการ ‘รวมพลังสตรีอาสาพัฒนา ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ’
บทความถัดไปวิป 2 ฝ่ายวางกรอบผ่าน กม.โอนงบ 8.8 หมื่นล้าน รบ.ยอมถอย ตั้ง กมธ. 7 วัน