ด่วน!’บุญช่วย’น้องชาย’พระกิตติวุฑโฒ’-ลูก นอนคุก ศาลชี้พฤติการณ์ร้ายแรงพุทธศาสนา มูลค่าเสียหายสูง

11.06.20 | 16:02 น.

ศาลยกคำร้องปล่อยตัวชั่วคราว “บุญช่วย”น้องพระกิตติวุฑโต-ลูกชาย ชี้พฤติการณ์เรื่องร้ายแรงต่อพระพุทธศาสนามูลค่าความเสียหายสูง พนักงานสอบสวนคัดค้านประกัน เกรงยุ่งเหยิงพยาน และหลบหนีได้

กรณีตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายบุญช่วย เจริญสถาพร อายุ 80 ปี น้องชายพระกิตติวุฑโฒ พระนักเทศน์ดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย และ นายกิตติพงษ์ เจริญสถาพร อายุ 43 ปี บุตรชาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา รัชดาฯ ข้อหา “เบิกความเท็จต่อศาล,ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ และร่วมกันยักยอกทรัพย์” จากกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินใน อ.เขาคิชฌกูฎ และที่ดินบางส่วนใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ กว่า 3,800 ไร่ ซึ่งกลายเป็นคดีฟ้องร้องนานหลายสิบปี ระหว่าง พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจ และ น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท ทายาทเจ้าของที่ดินจนเป็นเหตุให้ พล.ต.ต.ธารินทร์ ยิงปืนใส่นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความที่ว่าความให้นายบุญช่วย พร้อมทีมทนายความ หน้าบัลลังก์ผู้พิพากษาในศาลจังหวัดจันทบุรี จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย รวมถึง พล.ต.ต.ธารินทร์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 และต่อมาตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมได้ที่บ้านพักใน จ.จันทบุรี ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ต.ท.วิทวัส สายอ๋อง พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายบุญช่วย น้องชายพระกิตติวุฑโฒ พระนักเทศน์ดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย มีภูมิลำเนา จ.สงขลา และนายกิตติพงษ์ บุตรชายของนายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดียักยอกที่ดินมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-22 มิถุนายนนี้ เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 10 ปาก และรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวด้วย เพราะผู้ต้องหามีพฤติการณ์เหิมเกริม สร้างหลักฐานเท็จนำไปฟ้องศาล กับให้การเท็จต่อศาลหลายครั้งโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

โดยผู้ต้องหาทั้งสองมีหน้าที่ดูแลที่ดินแทนมูลนิธิฯซึ่งซื้อมาด้วยเงินบริจาคของพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสในพุทธศาสนา กอบโกยผลประโยชน์ไปเป็นของตนเองจำนวนมาก แล้วยังยักยอกเอาทรัพย์ของมูลนิธิไปทั้งหมดโดยไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม มีพฤติกรรมยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานและอาจก่อเหตุอันตรายประการอื่น อีกทั้งทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายมีมูลค่าสูง ประกอบกับการกระทำผิดบางกรรมใกล้หมดอายุความ หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวก็อาจหลบหนีไม่สามารถนำตัวมาฟ้องได้ภายในอายุความ ซึ่งจะเกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีจนไม่อาจเยียวยาได้

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงมีคำสั่งอนุญาตแล้วให้ฝากขังได้

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองยื่นหลักทรัพย์เงินสดคนละ 1 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว

Advertisement

ต่อมาศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงต่อพระพุทธศาสนา และมูลค่าความเสียหายในคดีสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและอาจหลบหนีได้ ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปคุมยังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเหิมเกริม! สร้างหลักฐานเท็จฟ้องศาลฮุบ ‘ธรณีสงฆ์’ เปิดพฤติการณ์ฝากขัง ‘บุญช่วย’ น้องพระกิตติวุฑโฒ (คลิป)