ปส.เปิด”ยุทธการทลายขุมทรัพย์”จับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดทรัพย์กว่า 200 ล้าน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2 บช.ปส. พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 บช.ปส. พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4 บช.ปส. พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผบก.สกส.บช.ปส. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.ปส.3 บช.ปส. สนธิกำลังร่วมกับ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. นำหมายค้นร่วมกันเปิดปฏิบัติการยุทธการสยบไพรี 63/16 “ยุทธการ ทลายขุมทรัพย์จับแก๊งยานรก”กระจายกำลังลงพื้นที่ 4 จังหวัด 30 เป้าหมาย คือจังหวัด เชียงใหม่ 22 เป้าหมาย / เชียงราย 1 เป้าหมาย / กรุงเทพ 1 เป้าหมาย และประจวบคีรีขันธ์ อีก 6 เป้าหมาย

จับกุม ตรวจค้น ยึดทรัพย์ในพื้นที่ ทั่วประเทศไทยผลการปฏิบัติสรุปดังนี้ จับกุมบุคคลตามหมายจับตาม พ.ร.บ.มาตรการ ฯ พ.ศ.2534 จำนวน 4 ราย ประกอบด้วยนายสว่าง ภมรวิจิตร อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 182/91 ถ.ชมสินธุ์ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ นางสาววันเพ็ญ สัตย์ธัญญากุล อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 182/91 ถ.ชมสินธุ์ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ นายเฉลิมพล ภมรวิจิตร อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 42/78 ซ.หมู่บ้านบ่อฝ้าย ต.หัวหิน อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ นายบรรลือ ภมรวิจิตร อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 42/78 ซ.หมู่บ้านบ่อฝ้าย ต.หัวหิน อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ นายเผด็จ แซ่ว่าง อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 43 หมู่ 12 ต.เทิดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการ ฯ พ.ศ.2534 ประกอบด้วย บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 24 หลัง โฉนดที่ดิน จำนวน 12 ฉบับ อาคารพาณิชย์ จำนวน 5 คูหา รถยนต์ จำนวน 22 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 27 คัน บัญชีเงินฝาก จำนวน 52 บัญชี และ บัตรกดเงินสด จำนวน 5 ใบ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้นประมาณ 200 ล้านบาท

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่าสืบทราบว่านายสว่าง และนางวันเพ็ญ 2 สามีภรรยา เป็นตัวการสำคัญสั่งนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ ลงมากระจายสู่ภาคใต้และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับอาศัยในบ้านหลังดังกล่าว จากการตรวจค้นพบเพียงนางวันเพ็ญ พร้อมบุคคลอื่นรวมกว่า 10 คน แต่ไม่พบนายสว่าง โดยนางวันเพ็ญ อ้างว่าคนที่อยู่ในบ้านบางคนเป็นญาติ บางคนเพิ่งรู้จักจากสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เเละมาขออาศัยอยู่ด้วย พร้อมยืนยันว่าตนและสามีไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตนกับสามีขายของที่ระลึกให้ชาวต่างชาติ ปกติมีรายได้เดือนละ 4-5หมื่นบาท รับว่าอยู่กินฉันท์สามีภรรยากับนายสว่าง ในฐานะภรรยาคนที่ 3 ปกติอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่เมื่อ2-3 วันก่อนสามีไปทำธุระที่จ.ราชบุรี เพื่อขายของ และไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
ต่อมาตำรวจคุมตัวนายสว่าง จากจังหวัดราชบุรีมาที่บ้านในจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเช่นกัน คาดว่าการค้าขายของตนมีศัตรูและคู่แข่ง อาจจะเป็นที่มาให้ถูกกลั่นแกล้ง

ผบช.ปส. กล่าวว่าเเม้พวกเขาจะบอกเช่นนั้น เเต่ตำรวจเองก็ไม่เชื่อคำให้การ เนื่องจากพบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มขนยาเสพติดที่ถูกจับเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ในจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมยาบ้า กว่า 5 ล้านเม็ด พบเส้นทางการโอนเงินและติดต่อระหว่างนางวันเพ็ญ กับกลุ่มผู้ต้องหาอีกด้วย การสืบสวนพบว่านายสว่าง เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือเองผันตัวมาทำหน้าที่โบรกเกอร์ สั่งยาเสพติดเเละจัดหาทีมขนลำเลียงได้ เพราะรู้เส้นทางเป็นอย่างดี ก่อนที่ 2 ปี นายสว่าง จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเปิดร้านขายของบังหน้า โดยช่วง ระยะ 2 ปี ธุรกิจร้านขายของของนายสว่าง มีเงินหมุนเวียนมากเกินปกติ หนึ่งในจุดผิดสังเกต พบว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปสร้างอาคารพาณิชย์ มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท  ประกอบหลักฐานอื่นๆ ทำให้สามารถจับกุมนายสว่าง ได้ที่จ.ราชบุรี นางวันเพ็ญ ภรรยาที่บ้านในอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และลูกชาย2 คน คือนายเฉลิมพล ได้ที่ลาดกระบัง กรุงเทพ และนายบรรลือ ภมรวิจิตร ที่จ.เชียงใหม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“นิด้า” ก้าวสู่ปีที่ 55 พร้อมฝ่าทุกการเปลี่ยนแปลง เดินหน้าผลิตบุคลากรให้ตลาดโลก นำร่องผุดโมเดล “Bangkapi Smart District”
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : หนุ่มฮอต