สิระ ลงพื้นที่บ่อน เฮียตี้ หาร่องรอยการเคลื่อนย้ายหลักฐาน

สิระ ลงพื้นที่บ่อน เฮียตี้ หาร่องรอยการเคลื่อนย้ายหลักฐาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมา สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อสอบถามความคืบหน้าข้อมูลทางคดีว่าการสอบสวนว่าไปถึงไหน เก็บหลักฐานอย่างไร รวมทั้งคำนวณเวลาการเดินทางจาก สน.ทุ่งมหาเมฆ ไปที่เกิดเหตุ ใช้เวลาเท่าไหร่ ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เสียชีวิตเวลาใด และลงพื้นที่บ่อน เฮียตี้ เพื่อตรวจสอบสถานที่เก็บอุปกรณ์การพนัน ร่องรอยการนำหลักฐานกล้องวงจรปิด และอื่นๆ เพื่อเคลื่อนย้ายหลบหนี โดยจะขออนุญาตทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่บ่อน “เฮียตี้” ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจบริสุทธิ์ใจ ก็ต้องให้เข้าไป เพราะตนก็อยากให้เปิดเผย

นายสิระ กล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับ พ.ต.อ.พิทักษ์ ตันสกุล รอง ผบก.อคฝ. รักษาราชการแทน ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ก่อนหน้านี้มีการไปตรวจที่เกิดเหตุแล้วหนึ่งครั้ง แต่ยังเห็นว่าประชาชนเคลือบแคลงสงสัย จึงทำเรื่องถึงพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อเก็บหลักฐานใหม่ ตอนนี้ปิดห้องอยู่ ซึ่งตนมองว่าหลักฐานที่มีอยู่ ไม่ตรงกับหลักฐานตอนเกิดเหตุ โดนทำลายไปหมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้นตนจะขอเข้าไปดูพร้อมสื่อ ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยว่าจะเข้าพื้นที่ได้หรือไม่ หากกรรมาธิการเข้าไม่ได้ ก็จะทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย มีการปิดบังซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ ในฐานะที่ตนเป็นประธานกรรมาธิการฯ ก็อยากสร้างกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และถึงเวลาที่ตำรวจต้องปฏิรูปยกเครื่องใหญ่ ประชาชนจะได้เป็นที่พึ่ง

อย่างไรก็ตาม นายสิระได้เตรียมเชิญเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลางเข้ามห้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการ ในวันพฤหัสที่ 13 สิงหาคม นี้

ภายหลังการพูดคุยนานกว่า 30 นาที พ.ต.อ.พิทักษ์ ตันสกุล รอง ผบก.อคฝ. รักษาราชการแทน ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่า เมื่อตนเข้ามารักษาการ สิ่งที่ต้องทำ คือทำความจริงให้ปรากฎ และนำตัวผู้ที่ทำผิดกฎหมายมาดำเนินคดี ให้ประชาชนและสื่อมวลชนหายเคลือบแคลงสงสัย ส่วนรายละเอียดทางคดีในสำนวนการสอบสวนคงเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาชี้แจงรายละเอียด สำหรับสถานที่เกิดเหตุที่มีผู้เสียชีวิต เบื้องต้นการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ยังไม่ครบถ้วน ตนมีความจำเป็นที่ต้องให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานกลางมาตรวจวิถีกระสุนเพิ่มเติม รวมถึงการเชื่อมโยงสัญญาณช่องเคเบิลต่างๆ โดยทางพิสูจน์หลักฐานฯ จะเข้ามาตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติมในวันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม

วันนี้ตนจะให้ทาง ส.ส.สิระ พร้อมตัวแทน 3 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปสังเกตการณ์ เพื่อไม่ให้พยานหลักฐานเสียหายเพิ่มเติม เมื่อเข้าไปตรวจสอบแล้วค่อยนำข้อมูลมาแจ้งสื่อมวลชน จะได้เกิดความกระจ่าง ผู้ที่โพสตามโซเชียลต่างๆ จะได้หายมโน ว่าตำรวจทำอะไร

พ.ต.อ.พิทักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับจุดที่มีการนำอุปกรณ์การพนันไปซ่อน เป็นหน้าที่ของฝ่ายสืบสวนที่จะพิสูจน์ทราบเพิ่มเติมว่ามีจุดใดอีกบ้าง แต่จุดที่อยู่ใกล้บริเวณมีผู้เสียชีวิต ทางผู้บังคับบัญชาได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้ารักษาสถานที่เกิดเหตุ และบริเวณโดยรอบ หากของยังอยู่ข้างในไม่ต้องห่วงเรื่องการขนย้าย เราไม่ยอมแน่นอน ส่วนผู้ที่ตัดกล้องวงจรปิด เคลื่อนย้ายของกลาง ก็ขอให้มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือประสานมาที่ตนเอง หรือ ส.ส.สิระ ได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ค่อนข้างครบถ้วน ในส่วนผู้เช่า ผู้ให้เช่า สำหรับสำนวนการสอบสวนได้แยกไว้ 3 ประเด็น คือ คดีฆ่า คดีขนย้าย ทำลายพยานหลักฐาน และ พ.ร.บ.การพนัน

ต่อมา เวลา 10.30 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ พ.ต.อ.พิทักษ์ ตันสกุล รอง ผบก.อคฝ. รักษาราชการแทน ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ และตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซอยพระราม3 66 ตลอดจนตรวจสอบจุดที่นำอุปกรณ์การพนัน และกล้องวงจรปิด ฝั่งตรงกันข้าม ห่างกันเพียง 10 เมตร

ภายหลังการตรวจสอบใช้เวลา 15 นาที พบว่าด้านในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง มีห้องครัวห้องน้ำภายในตัวอาคาร โดยมีโต๊ะพนันเสือมังกร 1 โต๊ะพร้อมคราบเลือด พื้นที่ทั้งหมดส่วนใหญ่ถูกขีดเส้นจำลองสถานที่เดิมว่าสิ่งของอุปกรณ์อยู่ตรงไหนบ้าง

นอกจากนี้ยังได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่เก็บอุปกรณ์อาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามชั้น 1 มีอุปกรณ์การเล่นพนัน ส่วนชั้น 2-3 เป็นห้องพักคนงาน เบื้องต้นจะเชิญเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลาง อีกชุดมาทำการตรวจสอบหลักฐาน ว่าเจ้าหน้าที่มีการปล่อยปะละเลยในการเอื้อให้ขนย้ายอุปกรณ์ ร่วมถึงประสานไปยัง ปปง. เพื่อตรวจสอบการเงินตำรวจที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ พร้อมจะตรวจสอบไปยัง 191 ใครเป็นผู้โทรแจ้งเวลาใด หลังรับแจ้งมาตรวจสอบเหตุกี่โมง ผลชันสูตรเวลาการตายของศพ และตนจะเสนอกรรมาธิการ เพื่อวันที่ 13 สิงหาคม จะเข้าเยี่ยมนายบอย สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ถูกข่มขู่หรือถูกจ้างวานหรือไม่

ด้านพ.ต.อ.พิทักษ์ กล่าวว่า ประชาชนไม่ต้องกังวล เราจะทำงานอย่างโปร่งใสที่สุด และจะทำคดีดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บุฟฟ่อน แซวทำตัวไม่ถูก ปีร์โล่ อดีตเพื่อนร่วมทีมกลายเป็นเจ้านายที่ ยูเวนตุส
บทความถัดไปกรมประมงช่วยชาวพิษณุโลก สร้างรายได้จากกุ้งก้ามกราม จากแหล่งน้ำชุมชนบึงไชยนาม