สิระ แจ้งความ เต้ พระราม7 ข่มขู่คุกคาม ตอกให้นายกฯไขก๊อก ทำไมไม่ออกเอง

21.08.20 | 11:06 น.

“สิระ” แจ้งความ “เต้ พระราม 7” ข่มขู่คุกคาม หลังโดนท้าต่อย ตอกกลับให้นายกฯลาออก ทำไมไม่ออกเอง ถาม”ชวน”จะทำอย่างไรเมื่อ ส.ส.พฤติกรรมเยี่ยงนักเลง ชงสอบจริยธรรมด้วย


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ แจ้งความกับ พ.ต.ท.สุภวุฒิ วิเศษโวหาร รอง ผกก.(สอบสวน.) สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนิน คดีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในข้อหาข่มขู่คุกคาม ตาม ป.อาญา ม.392 หลังได้ปะทะคารมผ่านวาจากันหลายครั้ง ก่อนที่นายมงคลกิตติ์ จะโพสต์เฟซบุ๊กขู่ว่า “กูเจอมึงที่ไหน จะเอาให้ฟันร่วงหมดปาก”

นายสิระ กล่าวว่า กรณีนี้ตนไม่จำเป็นต้องคุยกับนายมงคลกิตติ์ เพราะตนเป็นผู้เสียหายที่ถูกข่มขู่คุกคาม ถามว่าตนทำผิดอะไร นี่หรือผู้แทนราษฎร นี่หรือรัฐสภา ที่ปล่อยให้ ส.ส.มาทำพฤติกรรมเช่นนี้ในสภาได้ เพราะผู้แทนฯ นั้นต้องมีจริยธรรมและเป็นตัวแทนประชาชน และกรณีนายมงคลกิตติ์ ยังบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกเพื่อรับผิดชอบหากควบคุมสถานการณ์ม็อบไม่ได้นั้น ถามว่านายมงคลกิตติ์เอง สมควรลาออกหรือไม่ เพราะเจ้าตัวก็เคยพกสารประกอบระเบิดเข้ามาในสภา จนเป็นคดีความใน พื้นที่ สน.บางโพ กราบเรียนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เมื่อมีผู้แทนฯ พฤติกรรมเยี่ยงนักเลงแบบนี้ก็สมควรลาออกไปเป็นนักเลง

นายสิระ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ตนระบุว่าหากนายมงคลกิตติ์มีปัญหาการเงินและตนเสนอให้ความช่วยเหลือนั้น เราในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นในสถาบันพระปกเกล้า ก็มีความห่วงใยจึงอยากให้ความช่วยเหลือหากนำเงินเดือนไปบริจาคช่วยเหลือเรื่องโควิด-19 จนหมดแล้ว ยืนยันง่สไม่ได้พูดแรงเกินไป วันนี้จะต้องสร้างบทเรียนให้นายมงคลกิตติ์ ไม่ให้ใช้พฤติกรรมดังก่อนที่จะเป็น ส.ส. เพราะนายมงคลกิตติ์ทำตัวแบบนี้มาตลอด ไม่ทราบว่าการกระทำนี้มีเบื้องหลังหรือไม่ ที่ผ่านมา ตนก็เป็นเพื่อนกับนายมงคลกิตติ์ แต่ก็มีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันในนโยบายทางการเมืองเป็นบางครั้ง เช่นเรื่องบ่อนการพนัน และการค้าบริการทางเพศ วันดีคืนดีก็อยู่ฝ่ายรัฐบาล วันดีคืนดีก็พูดว่าจะอยู่ฝ่ายค้านอิสระซึ่งไม่มีกฎหมายรองรับ

Advertisement

นายสิระ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หากท้าต่อยกันจริงตนก็จะไม่ต่อย และหากมีผู้ใหญ่มาเคลียร์ก็ไม่ยอมจบ เพราะถือเป็นความเสื่อมเสียทั้งสภา ขณะที่ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายทำเรื่องตรวจสอบจริยธรรมเช่นกัน