นศ.กว่า 100 คน ร้องดีเอสไอ ตรวจสอบวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จ.ชัยนาท ปิดกิจการกลางคัน

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม นำนักศึกษากว่า 100 คน เข้าร้องทุกข์กับพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม และผู้แทนกระทรวงศีกษาธิการ กรณีถูกหลอกจากการโฆษณาทั้งในระบบคอมพิวเตอร์และแอปพลิเคชันไลน์ในการเปิดหลักสูตร ปวช.และ ปวส.ให้ศึกษาในวิทยาเขตนอกพื้นที่จังหวัดชัยนาท ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ของวิทยาลัยเทคโนโลยีชัยนาท โดยต้องลงทะเบียนเรียนเป็นเงิน 4 หมื่นบาท แต่ระหว่างที่นักศึกษาเข้ารับการศึกษาอ้างว่ามีความจำเป็นต้องเลิกกิจการกะทันหัน และปฏิเสธความรับผิดชอบในความเสียหาย ที่เกิดขึ้น ทำให้มีนิสิต-นักศึกษา ที่ลงทะเบียนเรียน ต้องเสียเงินไปให้โดยเปล่าประโยชน์

สำหรับวิทยาลัยเทคโนโลยีชัยนาท เปิดสอนหลักสูตรให้ศึกษาเป็นศูนย์การเรียนหลายแห่ง เช่น ใน จ.สมุทรสาคร เพชรบุรี นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม ที่อยู่นอกจากจังหวัดชัยนาท มาเป็นเวลา 6 ปี มีนักศึกษา 4 รุ่น จำนวนกว่า 700 คน ซึ่งเป็นการเปิดศูนย์การเรียนรู้โดยไม่ได้ขออนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ประกาศนียบัตรที่รับรองการจบการศึกษาระดับ ปวช. และปวส. ที่วิทยาลัยออกให้นักเรียนที่สำเร็จการศึกษานั้น ไม่มีในสารบบความของผู้จบการศึกษาในระดับ ปวช. และ ปวส. แต่อย่างใด ถือเป็นการหลอกลวงประชาชน และเป็นการร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ หรือ เอกสารราชการของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ได้รับความเสียหายโดยเจตนา ซึ่งการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าว ถือว่าเป็นการร่วมกันกระทำความผิดทางอาญา ต่างกรรมต่างวาระ ตาม ป.อ. มาตรา 83 มาตรา91 ,มาตรา341 ,มาตรา 343 , มาตรา 265 และความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา14 (1) และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา นักศึกษาผู้เสียหาย ได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในแต่ละท้องที่แล้ว แต่ปรากฏว่าคดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ประกอบกับคดีนี้มีความสลับซับซ้อน และลักษณะการกระทำเป็น กระบวนการแบ่งหน้าที่กันทำและเป็นขั้นเป็นตอนตลอดจนมีผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากและหลายหน่วยงานในการร่วมกันโฆษณาหลอกลวงประชาชนที่มีความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของตนและคุณวุฒิทางการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน เป็นการหลอกลวงให้เสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก นับเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อแวดวงทางการศึกษาของไทย จึงมาร้องทุกข์กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษต่อไป

โดยหนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น เพราะนักศึกษาทุกคนต้องการเรียนเพื่อเอาความรู้และวุฒิการศึกษาไปต่อยอดการทำงานรวมถึงสมัครงาน หลังเกิดเหตุ รู้สึกเสียดายเงิน และ เวลาเป็นอย่างมาก

นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า จะดำเนินคดีกับผู้บริหารของวิทยาลัยเทคโนโลยีชัยนาทให้ถึงที่สุด เพราะเป็นการอ้างกระทรวงศึกษาธิการ นำไปทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนการเยียวยานักศึกษาผู้เสียหาย หลังจากนี้จะให้ไปลงทะเบียนเรียน หรือโอนหน่วยกิตเรียนกับสถาบันอาชีวะแห่งอื่นของรัฐบาลที่กระทรวงศึกษาธิการรองรับต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ เปิดเผยว่า เบื้องต้น จะให้นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวก่อน แต่ดูลักษณะแล้วพบว่าน่าจะเข้าข่ายเนื่องจากคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายและเกิดความเสียหายจำนวนมาก เบื้องต้นได้ดำเนินการให้กลุ่มผู้เสียหายกรณีดังกล่าวแสกน QR CODE เพื่อลงทะเบียนสำรวจข้อมูล ทั้งจำนวนผู้เสียหาย และมูลค่าความเสียหาย ทั้งนี้หากตรวจสอบแล้วเข้าหลักเกณฑ์ ก็จะนำเรื่องสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาเป็นคดีพิเศษต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เอ็มบัปเป้ ติดโควิดในแคมป์ทีมชาติ รีบส่งกลับ คาดชวดเล่นให้เปแอสเช 4 นัด
บทความถัดไปคปท.ออกแถลงการณ์ให้ รบ.จัดการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งภายในปี 2563