รวบแก๊งเสธ.ตุ๋นเหยื่อลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ สร้างรถไฟความเร็วสูงสูญ 2 ล้าน สร้างสตอรี่ภาพคู่บิ๊กขรก.มาล่อ

รวบแก๊งเสธ.ตุ๋นเหยื่อลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ รถไฟความเร็วสูงของจีน ใช้ภาพถ่ายบิ๊กขรก.มาล่อ ผู้เสียหายหลงเชื่อถึงกับยอมขายที่ดินหาเงินมาลงทุน สูญว่า 2 ล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 30 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา  ผกก.2บก.ป. พ.ต.ท.กษิด์เดช เจริญลาภ พ.ต.ท.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2บก.ป. ร่วมแถลงจับกุม นายนวมินทรัฐ หรือสุริยัน วชิรวงศ์วิชาธร อายุ 54 ปี นายไชยพร  ลัชชานนท์ อายุ 42 ปี  นายณัฐวุฒิ คงเทียน อายุ 30 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญา ที่1277-81 / 2563 ลงวันที่ 21 สิงหาคม ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและซ่องโจร โดยจับกุมนายนวมินทรัฐได้ในบ้านพักย่านถนนศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี  จ.สมุทรปราการ  นายไชยพรได้ที่บ้านพักภายใน ซ.ศรีนครินทร์ 42 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. และนายณัฐวุฒิได้ที่บ้านพักภายใน ซ.เจรญิพัฒนา 6 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.
นอกจากนี้ยังมีนางสุชานาถ หรือบุหงา นิจิตตะโล อายุ 51 ปี และพ.ท.ชาติชาย หรือ เสธ.จุ่น คงเทียน อายุ 52 ปี ปัจจุบันลาออกจากราชการแล้ว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหมายจับคดีเดียวกัน ยังได้เข้ามอบตัวที่กองปราบฯไปก่อนหน้านี้ด้วย

จากการจับกุมทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาไปแอบอ้างกับผู้เสียหายว่า พวกตนเป็นกลุ่มนักลงทุนที่รู้จักกับข้าราชการระดับสูงหลายคน สามารถที่จะประสานนำกลุ่มนักธุรกิจจากประเทศจีน ให้มาร่วมลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ในประเทศไทยได้ คือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง  ซึ่งหากผู้เสียหายร่วมลงทุนจนสามารถดําเนินการสําเร็จ ผู้เสียหายก็ยังจะได้ร่วมงานกับโครงการนี้ด้วย โดยกลุ่มผู้ต้องหายังได้สร้างความน่าเชื่อถือโดยการนำภาพถ่ายของกลุ่มผู้ต้องหาที่ถ่ายคู่กับข้าราชการระดับสูงหลายคนมาให้แก่ผู้เสียหายดูจนหลงเชื่อ ถึงกับยอมนําที่ดินของตนเองไปขาย และไปกู้ยืมเงินมา เพื่อนำเงินทั้งหมดประมาณ 2 ล้านบาท มามอบให้กลุ่มผู้ต้องหาใช้จ่ายเป็นค่าดําเนินการ

พร้อมกันนี้เพื่อความน่าเชื่อถือกลุ่มผู้ต้องหายังได้จะพาผู้เสียหายไปเซ็นสัญญาร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติที่อยู่ในแก๊งเดียวกัน ที่แอบอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีน โดยอ้างว่าหากเดินทางมาประเทศไทยได้แล้ว ก็จะพาไปทําสัญญา เพื่อมอบโครงการให้รัฐบาลไทยนําไปก่อสร้างต่อไป ปรากฏว่าหลังผู้เสียหายมอบเงินไปแล้ว ก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ จึงนำข้อมูลมาตรวจสอบ จนทราบความจริงว่าถูกหลอก เพราะไม่มีโครงการดังกล่าวอยู่จริง จึงเข้าแจ้งความต่อกองปราบฯ ก่อนจะมีการสืบสวนและตามจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป ร่วมทั้งจะได้ขายผลตามจับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้7 แกนนำม็อบ ชูสามนิ้ว-เผาหมาย หน้าสน.บางเขน งงความผิด ซัดอีกกลุ่มชุมนุมกี่ทีก็ไม่โดน
บทความถัดไปสมาคมมวยไทยโลกอบรมซีไลเซนส์รุ่น 17 เดินหน้าจัดศึกชิงแชมป์โลกทุก 2 ปี