วิศวกรรมสถานตรวจโค้ง100ศพ รัชดาฯพบ 3 ปัญหาที่มาอุบัติเหตุจนได้ฉายา งง ขนาดแถลงรถยังชน

1.10.20 | 14:41 น.

วิศวกรรมสถานแท็กทีมกทม.ตรวจโค้งร้อยศพศาลอาญารัชดา พบพบเป็นโค้งหลังหัก-ไม่ยกโค้ง-ผิวจราจรไม่เรียบ เป็นงง รถชนกันระหว่างแถลงข่าว

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 ตุลาคม ศาสตราจารย์พิชัย ธานีรณานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการสาขาป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและการเสียชีวิต เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) พร้อมนายธนันท์ชัย เมฆประเสริฐ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักการโยธา และสำนักการจราจรและขนส่ง กทม.ลงพื้นที่ตรวจสอบโค้งศาลอาญา หรือโค้ง 100 ศพ ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังเกิดอุบัติเหตุจนเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินหลายครั้ง

ศาสตราจารย์พิชัย กล่าวว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุบริเวณเดียวกันนี้ ถึง 3 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 4 ราย วสท.จึงนำทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่ตรวจวิเคราะห์ทางวิศวกรรมบริเวณโค้งที่เกิดเหตุ ซึ่งลักษณะทางกายภาพของถนนรัชดาภิเษกขาเข้าและฝั่งขาออกฝั่งละ 4 เลน ซึ่งช่วงโค้งถัดจากอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธิน ผ่านซอยรัชดา 36 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) ถึง ซอยรัชดฯ 32 มีรัศมีโค้งกว้างมาก รวมความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร พบว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวลากลางคืนหรือในขณะฝนตกทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด แต่เดิมอุบัติเหตุมักเกิดบนถนนฝั่งขาออก แต่หลังจากที่มีอุโมงค์ลอดแยกดังกล่าว ทำให้อุบัติเหตุไปเกิดที่ฝั่งขาเข้า เนื่องจากรถขับมาจากอุโมงค์ด้วยความเร็วโดยไม่มีกลไกชะลอความเร็วรถ จนทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้

ศาสตราจารย์พิชัย กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 1.ทางโค้งรัชดาฯเป็นโค้งหลังหัก คือทางโค้งที่มีสองลักษณะเชื่อมด้วยเส้นตรงสั้น ทำให้ผู้ขับขี่ไม่คิดว่าต้องปรับพวงมาลัย ขณะขับเข้าโค้ง ควรติดตั้งเครื่องหมายจราจรสะท้อนแสงนอกแนวขอบโค้งและติดป้ายบังคับความเร็วให้ผู้ขับขี่เห็นได้อย่างชัดเจน 2.ไม่มีการยกโค้ง ทำให้รถที่วิ่งเข้าสู่ทางโค้งด้วยความเร็วสูงกว่ากำหนดไม่สามารถควบคุมรถให้วิ่งตามแนวเส้นทางได้ ควรยกโค้งด้านนอกให้สูง เพื่อให้บังคับล้อรถให้วิ่งเข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย หรือปูผิวด้วยหินเล็ก เพื่อลดความเสี่ยงการเสียหลักหลุดโค้งออกไป และ 3.พื้นผิวจราจรในช่วงโค้งไม่เรียบ มีการสึกกร่อนของยางมะตอย เศษหินแตกออกมา ฝนตกจะมีหลุมน้ำขัง ทำให้รถที่วิ่งมาล้อแฉลบ ควรปรับผิวจราจรให้มีสภาพดีและเรียบตามมาตรฐาน ส่วนมาตรการอื่นๆ นอกจากนี้ต้องประสานกับตำรวจเพื่อติดตั้งกล้องจับความเร็วให้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มค่าปรับให้ผู้ขับขี่เกิดความตระหนัก

นายธนันท์ชัย กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีโค้งอันตรายอีกหลายจุดแถบชานเมือง ซึ่งได้พิจารณาการแก้ไขตามหลักการ อาทิ ต้องปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของถนน แต่เนื่องจากถนนในเมืองมีข้อจำกัดในการยกพื้นสูง ต่างจากทางหลวง ทางเชื่อมเมือง และทางพิเศษ แต่อาจติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติม ทั้งนี้ข้อมูลด้านสถิติพบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายนที่ผ่านมารวม 300 ครั้ง เหตุรุนแรงทร่สุดช่วงเดือนสิงหาคม

อย่างไรก็ตาม ขณะการแถลงข่าวปรากฎว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนบุคคลชนกันที่ช่องทางขวาสุดบนถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาเข้า ตรงข้ามศาลอาญา 2 คัน เบื้องต้นเกิดความเสียหายกับตัวรถยนต์ไม่มากนัก มีเพียงท้ายรถผู้ถูกชนบุบยุบ ส่วนรถที่ชนมีฝากระโปรงยุบเสียหาย ด้านผู้ขับขี่รถทั้ง 2 คันไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้การจราจรติดขัดเล็กน้อย

Advertisement