อ่าน ‘หลักสิทธิ’ หน้าทัณฑสถานหญิงกลาง จี้ราชทัณฑ์-ยธ.หยุดใช้ระเบียบคร่ำครึ ลดทอนความเป็นมนุษย์

อ่าน ‘หลักสิทธิ’ หน้าทัณฑสถานหญิงกลาง จี้ กรมราชทัณฑ์-ยธ. หยุดใช้ระเบียบคร่ำครึ ลดทอนความเป็นมนุษย์

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่หน้าทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ กลุ่มนักกิจกรรมอิสระ นำโดย น.ส.พลอย เดชวงษา อดีตนักโทษ พร้อมด้วยอดีตผู้ต้องขัง นักเขียน แพทย์ และนักวิชาการ จัดกิจกรรม “ราชทัณฑ์ต้องฟัง” โดยมีการถือป้าย ระบุข้อความ “มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ” “ปลดตรวนนักโทษทางการเมือง” จากนั้น น.ส.พลอยเป็นตัวแทนอ่านปฏิญาณว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับผู้ต้องขัง-นักโทษ ซึ่งเป็นหลักการสากล

น.ส.กรกนก คำตา นักกิจกรรมอิสระ กล่าวว่า ตนเคยเป็นนักโทษที่ถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ เคยโดนตรวจภายใน ซึ่งยกเลิกไป แต่ก็กลับมาใช้ใหม่ คือการละเมิดสิทธิผู้หญิงอย่างร้ายแรง ไม่จำเป็นต้องตรวจ ไม่มีทางที่เราจะพายาบ้าเข้าไป ความจริงไม่มีสิทธิจับแต่แรก

“ที่ทำกับรุ้ง ปนัสยา คือตัวอย่างว่ากรมราชทัณฑ์ไม่มีมาตรฐาน ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย การตัดผมย้อมสีคือสิทธิบนเนื้อตัวร่างกาย เรื่องง่ายๆ อีกทั้งรุ่้งยังไม่ถูกตัดสิน ผมทองมีปัญหาอะไรมาก ผมทองไม่ได้ทำให้ใครติดไข้ แต่ก็ต้องย้อม ซึ่งละเมิดสิทธิ เรามาเพื่อบอกว่า ทัณฑสถานหญิงกลางละเมิดสิทธิมนุษยชน และต้องแก้ไขทันที ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราจะรณรงค์ต่อไป และจำไว้ว่าตอนนี้คนเป็นผู้บัญชาการและ รมต.กระทรวงยุติธรรม คือใคร และตราหน้าว่าคุณคือส่วนหนึ่งของการละเมิด เมื่อประชาธิปไตยกลับคืนมา คนเหล่านี้จะต้องโดนลงโทษ” น.ส.กรกนกกล่าว

น.ส.กรกนกกล่าวต่อว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนสามารถฟ้องศาลโลกได้ด้วย ตังแต่ข้อกำหนดที่กล่าวไว้ว่า ต้องทำอย่างไรเกี่ยวกับผู้ต้องขังหญิง เราดำเนินการได้ทั้งหมด ขอให้ดำเนินการ ซึ่งมีกำลังมีการรณรงค์ว่า เรือนจำ 10 แห่งทำตามกฎบัตรอย่างดี ซึ่งความจริงไม่มี ต้องแก้ผ้าตรวจ และตรวจภายใน สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิด สิ่งที่เกิดกับรุ้งเป็นเรื่องรับไม่ได้ ยังมีนักโทษทางการเมืองที่อยู่ในนั้น ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่กำลังถูกละเมิด

“ข้อกำหนดนานาชาติ ไทยควรทำตาม แต่ไม่ทำตาม เราเรียกร้องให้ทำตามว่าสิทธิผู้ต้องขังมีอะไรบ้าง ยังไม่ถูกตัดสิทธิว่าเป็นผู้ต้องโทษ ก็ต้องทำ นอกจากนี้ เราจะร่วมประท้วง เพื่อให้ได้มาซึ่งการปฏิรูปกฎหมายใหม่ และสถาบันทางการเมือง เมื่อการเมืองดี ชีวิตผู้ต้องขังก็จะดีตาม เราสู้ร่วมกับกระบวนการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย ถ้ารัฐธรรรมนูญมาจากประชาชน ประยุทธ์ลาออก และปฏิรูปสถาบัน จะส่งผลให้ชีวิตผู้ต้องขังดีขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทัณฑสถานไม่สามารถออกกฎที่ขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชน” น.ส.กรกนกกล่าว

สำหรับปฏิญาณว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับผู้ต้องขัง-นักโทษ ที่กลุ่มนักกิจกรรมอิสระได้อ่าน มีเนื้อหาดังนี้

“กรมราชทัณฑ์ และทัณฑสถานหญิง กลางจงฟัง หลักการว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนต่อกฎระเบียบของผู้ต้องขัง-นักโทษหญิง

กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 10

1.บุคคลทั้งปวงที่ถูกลิดรอนเสรีภาพต้องได้รับการปฏิบัติ ด้วยความมีมนุษยธรรมและความเคารพในศักดิ์ศรีแต่กำเนิดแห่งความเป็นมนุษย์

2.(ก) ยกเว้นในสภาพการณ์พิเศษ ผู้ต้องหาต้องได้รับการแยกออกจากผู้ต้องโทษ และต้องได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างออกไปให้เหมาะสมกับสถานะที่ไม่ใช่ผู้ต้องโทษ

เมื่อยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าผิดจริงตามคำพิพากษาของศาลก็ไม่ควรต้องถูกปฏิบัติราวกับนักโทษ ควรมีที่อยู่อาศัยแยกออกไปในระหว่างการพิจารณาคดีที่ไม่ใช่เรือนจำ ที่สะดวกต่อการเยี่ยมญาติและทนาย

ข้อ 17

1.บุคคลจะถูกแทรกแซงความเป็นส่วนตัวครอบครัว เคหะสถาน ในการติดต่อสื่อสารโดยพละการหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายมิได้

2.บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ให้ถูกแทรกแซงหรือลบหลู่เช่นว่านั้น

**สิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายเป็นหัวใจหลักของสิทธิขั้นพื้นฐานในความเสมอภาคและความเป็นส่วนตัว ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ลึกซึ้งในเรื่องของความสมบูรณ์ทางร่างกายและจิตใจ จะมาตัดผมกันง่ายๆ ไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องขังหรือนักโทษ ทำไมเราจะไว้ผมยาวไม่ได้ ทำไมเราจะย้อมสีผมไม่ได้ ทำไมเราจะแต่งหน้าทาปากไม่ได้ หน้าที่ของคุณคือตัดขาดจากอิสรภาพ แต่ไม่ได้อนุญาตให้ละเมิดสิทธิพลเมือง และไม่ต้องแสดงว่าเป็นพื้นที่คืนคนดีสู่สังคม เพราะสถิติการกระทำผิดซ้ำยังสูงอยู่

ข้อกำหนดกรุงเทพฯ

2.(1.) ต้องให้ความสนใจที่เพียงพอต่อขั้นตอนการรับตัวหญิงและเด็ก ทั้งนี้เนื่องจากความกว้างของพวกเธอในเวลานั้น ผู้ต้องขังหญิงขึ้นมาถึงใหม่ต้องได้รับโอกาสในการติดต่อญาติ ให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าถึงการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ข้อกำหนดและกฎของเรือนจำ วิธีการบริหารของเรือนจำและสถานที่ที่สามารถให้ความช่วยเหลือเมื่อต้องการ และในกรณีที่เป็นชาวต่างชาติต้องมีโอกาสติดต่อผู้แทนทางกงสุลด้วย

19.ต้องมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำให้แน่ใจว่าทรัพย์สินของผู้ต้องขังหญิง และความเคารพจะได้รับการปกป้องในระหว่างการค้นตัวที่เหมาะสม

20.วิธีการตรวจคนโดยทางเลือกอื่นเช่น การสแกน ควรพัฒนาเพื่อนำมาใช้แทนที่การค้นที่ต้องสัมผัสร่างกายและการถอดเสื้อผ้า เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เป็นอันตรายทางกายภาพและสุขภาพจิตของการตรวจค้นที่ต้องสัมผัสร่างกายและการถอดเสื้อผ้า หลีกเลี่ยงผลกระทบที่เป็นอันตรายทางกายภาพและสุขภาพจิตของการตรวจค้นที่ต้องสัมผัสร่างกายดังกล่าว

24.เครื่องพันธนาการต้องไม่ถูกใช้กับผู้หญิงในช่วงคลอดบุตร ทั้งขณะคลอดและทันทีภายหลังคลอด อย่าอ้างว่าโควิด แล้วไม่ให้เยี่ยมญาติ เครื่องสแกนไม่ได้มีไว้แค่ตั้งเวลามีคนมาตรวจ เอาคนท้องใส่กุญแจมือตอนไปคลอดไม่ได้

อย่าปัดว่านี่เป็นกฎของแต่ละเรือนจำ เพราะมันคือความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ และ กระทรวงยุติธรรม ที่ต้องควบคุมให้กฎระเบียบเหล่านี้ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง เพราะแม้ว่าพวกเธอจะติดคุก แต่ก็ยังเป็นพลเมืองอยู่

หยุดใช้กฎระเบียบที่คร่ำครึ ล้าสมัย แสดงถึงระบบการกดขี่ มาลดทอนความศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ลดทอนสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดอย่างสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย

พวกเราขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงยุติธรรม ยกเลิกกฎระเบียบ-ข้อบังคับอันก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิสตรี และอนุญาตให้ทุกเรือนจำ ทุกทัณฑสถานหญิงปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันไว้

ไม่ว่าผู้หญิงในเรือนจำจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหนแต่สิ่งหนึ่งที่เราจะกระทำการ พรากเอาไปจากพวกเธอไม่ได้ นั่นก็คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และเราขอประนามการทำงานของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ที่อนุญาตให้มีการเข้าไปควบคุมตัวผู้ต้องหาทางการเมืองถึงในเขตของเรือนจำโดยไร้การรองรับทางกฎหมาย ขอให้กรมราชทัณฑ์กระทรวงยุติธรรมชี้แจงเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วย”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการยื่นหนังสือไปถึงกรมราชทัณฑ์ และ กระทรวงยุติธรรมให้มีการแก้ไขตามข้อเรียกร้องดังกล่าวอีกด้วย

จากนั้น เยาวชนหญิง 4 ราย ยืนถือป้าย “มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ” ก่อนจะอ่านปฏิญาณว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับผู้ต้องขัง-นักโทษ ซึ่งมีเนื้อหาเดียวกัน ทั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางคลองเปรมไม่อนุญาตให้กลุ่มเยาวชนดังกล่าวเข้าไปจัดกิจกรรมภายใน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มข.ปลื้มติดอันดับโลก 6 สาขา จากการจัดอันดับมหา’ลัยโลกโดยไทมส์
บทความถัดไป‘ททท.’จัดกิจกรรมซิตี้รันแนวใหม่ ส่งเสริมท่องเที่ยว-กีฬาท้ายปี63