ตร. 8 หมื่นนาย ดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ รวมด่านเป่า-โควิดเป็นด่านเดียวตามมาตรฐานสาธารณสุข

ตร.เตรียมกำลังตำรวจ 8 หมื่นนาย ดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ รวมด่านตรวจแอลกอฮอล์-โควิด เป็นด่านเดียวกัน ตามมาตรฐานสาธารณสุข

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ธันวาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศ เตรียมพร้อมปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกการจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุ จำนวนกว่า 80,000 นาย ช่วงหยุดยาว ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2563-4 มกราคม 2564

โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เผยว่า แม้มีโควิดแต่ก็เชื่อว่ายังมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมากเช่นเดิม ซึ่งคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 30-31 ธันวาคม จะมีการเดินทางออกจากกรุงเทพฯหนาแน่น เนื่องจากเป็นช่วงการทำงานวันสุดท้าย และจะกลับมาหนาแน่นอีกครั้งในช่วงวันที่ 3 มกราคม 2564 หลังวันหยุดยาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงานด้านการลดอุบัติเหตุทางถนนในปีนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จะมีการมอบโล่รางวัลกับหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนและจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ในช่วงเทศกาลปีใหม่

สำหรับนโยบายด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ของ ตร. มีจุดเน้น ดังนี้
1.การอำนวยความสะดวกและจัดการจราจร ในช่วงที่มีประชาชนออกเดินทางจำนวนมากได้จัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือ และระบบการสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรมีการตั้งจุดบริการตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และทางเลี่ยง รวมถึงการจัดการจราจรบริเวณทางร่วมทางแยก และหน้าสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดแวะพักรถที่มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการจราจรบนเส้นทางหลัก โดยมีศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรอยู่ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง สายด่วนหมายเลข 1193 หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไลน์ @highway1193 และในพื้นที่ กทม. สอบถามได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) สายด่วนหมายเลข 1197 ไว้สำหรับสอบถามเส้นทาง รับแจ้งอุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์เส้นทาง

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการในการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการใช้รถและถนนสำหรับประชาชน ดังนี้

1.1 ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนนบางสาย ระหว่าง 30 ธันวาคม 2563-4 มกราคม 2564 เส้นทางห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 99 กม. ได้แก่ 1.มิตรภาพ : ต.ทับกวาง จ.สระบุรี กม.15-35 ระยะทาง 20 กม., 2.พหลโยธิน : ช่วง ต.หนองยาว จ.สระบุรี กม.99-106 ระยะทาง 7 กม., 3.เลี่ยงเมืองสระบุรีฝั่งตะวันตก : ต.ปากข้าวสาร จ.สระบุรี กม. 0-9 ระยะทาง 9 กม., 4.พหลโยธิน : กลางแดด-นครสวรรค์ตก จ.นครสวรรค์ กม.332-347 ระยะทาง 15 กม., 5.รังสิโยทัย : ปากน้ำโพ-บางม่วง จ.นครสวรรค์ กม. 0-7 ระยะทาง 7 กม., 6.กบินทร์บุรี-ปักธงชัย : กบินทร์ฯ-นาดี กม.165-195 ระยะทาง 30 กม. และ 7.บุรีรัมย์-อรัญประเทศ : ตาพระยา-โนนแดง กม.70-81 ระยะทาง 11 กม. ในกรณีรถบรรทุกบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องเดินรถในถนนดังกล่าวข้างต้น สามารถขออนุญาตหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดนั้นๆ เป็นกรณีไป

1.2 ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดช่อง หรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่องในถนนบางสาย (ขาขึ้น 14 จุด ระหว่าง 28 ธันวาคม 2563-31 ธันวาคม 2564 และขาล่อง 17 จุด ระหว่าง 1-4 มกราคม 2564 ใช้เป็นช่องทางพิเศษ เพื่อระบายรถช่วงที่หนาแน่นให้คล่องตัว (Reversible Lane)

1.3 มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คืนพื้นผิวจราจรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างซ่อมแซม เพื่อลดการจราจรติดขัดสะสม

2.การบังคับใช้กฎหมาย โดยบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก และ พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างจริงจัง และใช้มาตรการเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ หรือก่อนการกระทำผิด โดยเพิ่มชุดเคลื่อนที่เร็วให้มากที่สุดในแต่ละพื้นที่ร่วมกับอาสาสมัครด่านชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ในการจัดทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงของผู้ที่มีแนวโน้มกระทำผิด โดยเฉพาะเมาแล้วขับ และใช้มาตรการตักเตือนก่อนกระทำผิด ผ่านกลไกภาคีเครือข่ายในพื้นที่หรือด่านชุมชน หากพบยังฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมาย มีการบังคับใช้กฎหมายเรื่องเมาแล้วขับ ที่จุดตรวจความมั่นคง หรือจุดตรวจควบคุมโรคระบาดฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจทุกนาย ต้องมีกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิทัลชนิดติดตัวหรือชนิดอื่นเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ในการปฏิบัติงาน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์ปีนี้มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็จะมีการปรับด่านตรวจให้มีความครอบคลุมทั้งจุดตรวจความมั่นคง/จุดแอลกอฮอล์ และจุดตรวจควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ให้เป็นจุดเดียวกัน โดยจะให้เป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข โดยเฉพาะการตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่จะมีการปรับรูปแบบการวัดเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ

กรณีเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกราย มีการสอบสวนขยายผล กรณีเด็กหรือเยาวชนดื่มสุราแล้วมาขับรถ จะขยายผลดำเนินคดีกับผู้ขายสุรา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือบุคคลที่จำหน่ายหรือให้สุราแก่เด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และบังคับใช้กฎหมายการห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม และห้ามดื่ม-ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่กฎหมายกำหนด และห้ามขายให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกการจราจรให้ประชาชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวโดยสะดวก และปลอดภัยในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2564 นี้โดยทั่วกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ขนส่งทางบก’ คุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด รถโดยสารสาธารณะ-สถานีขนส่งทั่วประเทศ
บทความถัดไป“มายด์ ภัสราวลี” ชี้ ใช้ ม.112 ต้องคุยจริงจังเหมาะหรือไม่ มองเปิดพื้นที่ผลดีกว่าปิดปาก