ตร.สายไหม นำสาวขายเคนมผงฝากขัง จับเพิ่มอีก 3 พบยาคนละสูตร ไม่เชื่อมโยงกัน (คลิป)

เมื่อวันที่ 13 มกราคม กรณีตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.2 (ชปส.บก.น.2) จับกุม น.ส.ศิริกาญจน์ หรือนุ่น เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาเคตามีน น้ำหนักประมาณ 8.1 กรัม ได้ภายในบ้านเลขที่ 200/163 ชุมชนจิตภาวรรณ 1 แยก 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา

ต่อมาสอบสวนขยายผล น.ส.ศิริกาญจน์ให้การว่ารับยาเสพติดมาจากชายคนหนึ่งที่พักอยู่ที่คอนโดย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตำรวจจึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จับกุมนายนฤเดช หรือฟิวเจอร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี และนายนพดล หรือฮัท นุตะโยธิน อายุ 20 ปี พร้อมของกลางยาเคตามีน (ยาเคนมผง) น้ำหนัก 23 กรัม นำตัวส่ง สภ.คูคต ดำเนินคดี จากนั้นขยายผลจับกุมนายรัตนโชค หรือจิ้ม กีรติโชติ อายุ 21 ปี พร้อมของกลางยาเคตามีน (ยาเคนมผง) น้ำหนัก 31.9 กรัม ได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านวัดเกาะ แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ และคุมตัวส่งดำเนินคดีที่ สน.สายไหม

เมื่อเวลา 09.00 น.วันเดียวกันนี้ พนักงานสอบสวน สน.สายไหม นำตัว น.ส.ศิริกาญจน์ ผู้ต้องหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ยาเคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฏหมาย ฝากขังศาลอาญารัชดาฯ

พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผกก.สน.สายไหม เปิดเผยว่า เบื้องต้นสอบปากคำนายรัตนโชค พบรับยาดังกล่าวมาจากหญิงคนหนึ่งในพื้นที่ย่านสายไหมในราคากรัมละ 470 บาท และเตรียมจะนำไปขายต่อให้ผู้เสพในราคากรัมละ 600 บาท ตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ต้องหารายนี้ไม่มีความเชื่อมโยงกับ น.ส.ศิริกาญจน์ เนื่องจากยาเคที่ตรวจยึดได้มีลักษณะไม่เหมือนกับยาเคที่ น.ส.ศิริกาญจน์ ครอบครอง แต่อย่างไรก็ตามต้องรอผลยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 10.30 น. ตำรวจควบคุมตัวนายรัตนโชค มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ห้องปฏิบัติการสืบสวน สน.สายไหม ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก่อนจะนำตัวกลับมาไว้ที่ห้องควบคุมตามเดิน โดยนายรัตนโชค ระบุว่าไม่ใช่เครือข่ายเดียวกับ น.ส.ศิริกาญจน์หรือนุ่น และไม่รู้จัก ส่วนยารับมาจากคนอื่นไม่ขอเปิดเผยว่ารับจากใคร

รายงานข่าวความคืบภายหลังจากเมื่อวันที่ 12 มกราคม ศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ที่เสพยาเสพติดชนิดนี้ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร 6 ราย ว่า วันนี้พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ยังไม่นำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 คน ไปขออำนาจศาลฝากขัง เนื่องจากยังมีข้อมูลที่พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนยังต้องการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกหลายประเด็น ทั้งเรื่องที่มาของยาเคนมผง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ รวมถึงที่มาของยาดังกล่าว ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการขยายผลไปถึงเครือข่ายทั้งหมด โดยจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันพรุ่งนี้

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพเพียงบางส่วนว่าเป็นผู้นำของมาให้กับผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร แต่ไม่ยอมตอบว่าเป็นผู้ผสมหรือผลิตยาเคนมผง แต่ก็ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนขยายผลไปถึงผู้ค้ารายอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ ตำรวจจะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้ไปขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดเพิ่มในข้อหากระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตและข้อหาอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินคดีส่วนดังกล่าวได้ เพราะยังต้องรอพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบจึงจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้

ข่าวแจ้งต่อว่า สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดพื้นที่ สน.สายไหม และย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบว่าเป็นคนละเครือข่าย และใช้สูตรยาเคนมผง หรือยาเคคอกเทล คนละตัวกันกับจุดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หมอทวีศิลป์ เผยตัวเลขป่วยโควิดรายใหม่ 157 คน พบติดเชื้อใน 60 จังหวัด
บทความถัดไปหม่ำโชว์ล้อ ท่าเดินบิ๊กตู่ แบบจังหวะ 3 ช่า อำบิ๊กป้อม ไม่รู้ๆ ทำฮาทั้งสตู จนต้องยกมือไหว้