ออกหมายเรียก 9,000 คน ร่วมโกงเราเที่ยวด้วยกันสัปดาห์หน้า พบ รร.-ร้านค้าส่อทุจริต 800 แห่ง

ตร.เตรียมออกหมายเรียก ปชช. ร่วมโกงเราเที่ยวด้วยกัน 9 พันราย สัปดาห์หน้า ด้านกรุงไทยพบโรงแรม-ร้านค้าส่อทุจริตอีก 800 แห่ง ผบ.ตร.เรียก พงส.ทั่ว ปท. ติวเข้มทำสำนวน 4-5 ก.พ.

จากกรณีตำรวจกองปราบปรามดำเนินการตรวจสอบเอาผิดโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ที่ทุจริตฉ้อโกงเงินของรัฐจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จนนำไปสู่ปฏิบัติการกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 55 จุด ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และ จ.ภูเก็ต จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 50 ราย ก่อนเตรียมขยายผลเอาผิดไปยังประชาชนที่ร่วมโกงซึ่งมีจำนวนมาก ซึ่งเฉพาะโรงแรมณัฐชญา รีสอร์ต จ.ชัยภูมิ พบผู้กระทำผิดกว่า 9,000 คนนั้น

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า จากรายงานของฝ่ายสืบสวนพบว่าผู้กระทำผิดทั้ง 9 พันราย กระจายอยู่ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งภายในสัปดาห์หน้าทางกองปราบปรามจะส่งประเด็นการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวนแต่ละท้องที่ ที่ผู้กระทำผิดมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ เพื่อเรียกตัวผู้ใช้สิทธิมาทำการสอบสวน ทั้งนี้หากผู้ที่ถูกเรียกมาสอบสวนไม่ได้ไปใช้สิทธิที่โรงแรมจริง ก็จะถือว่าเป็นตัวการร่วมกันฉ้อโกง และทำการสอบสวนเสร็จท้องที่จะรวบรวมส่งกลับมายังกองปราบปราม

พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า นอกจากนี้ทางทีมสอบสวนกองปราบปราม ยังได้รับข้อมูลจากธนาคารกรุงไทยว่าพบพิรุธของโรงแรมอีกกว่า 400 แห่ง และร้านค้าอีกกว่า 400 แห่ง มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ทำให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เรียกรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ที่รับผิดชอบงานสอบสวนทั่วประเทศ มาร่วมประชุมรับฟังแนวทางการสอบสวนดำเนินคดีเกี่ยวกับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ในวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมรามาการ์เด้น ถนนวิภาวดี-รังสิต เพราะโรงแรมและร้านค้าที่ตรวจสอบล่าสุดว่าส่อทุจริตรวม 800 แห่ง กระจายอยู่เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยการประชุมติวเข้มดังกล่าวจะมีกองปราบปรามจะเป็นวิทยากรบรรยายให้แนวทางการทำสำนวนคดี

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญตำรวจกองปราบปรามไปร่วมประชุม เพื่อร่วมวางแนวทางป้องกันอุดช่องโหว่รูรั่วกับการทุจริตที่จะมาในรูปแบบต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโครงการช่วยเหลือประชาชนต่างๆ ของรัฐบาล ทั้งนี้การทุจริตโครงการเที่ยวด้วยกันนั้น พบว่าที่ผ่านมาตั้งแต่มีการเปิดยอดการจองโรงแรมและใช้สิทธิซื้อของในร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมโครงการทั้งหมดจะมีบริษัทตัวกลางคอยรับทำหน้าที่อีกที โดยเงินที่ได้จากรัฐบาลจะผ่านไปที่ธนาคารก่อนจะไปเข้าบริษัทตัวกลาง เพื่อนำไปกระจายให้ตามโรงแรมร้านค้าร้านอาหารต่างๆ เท่าที่ผ่านมาพบว่า บริษัทตัวกลางไม่มีความสงสัยไม่มีการตรวจสอบว่ามียอดจองโรงแรมเกินจริง ทั้งที่โรงแรมมี 10 กว่าห้อง แต่ยอดจองเป็นเป็น 100-1,000 ห้อง มีความเป็นไปได้หรือไม่ จองโรงแรมจังหวัดนี้แต่กลับไปทานอาหารหรือซื้อของที่จังหวัดอื่น ทั้งหมดนี้บริษัทตัวกลางไม่เคยได้ตรวจสอบเพราะไม่มีผลเสียหายจากการกระทำดังกล่าว จะมีหน้าที่คอยหักค่าเปอร์เซ็นต์จากการเป็นตัวกลางในการจองโรงแรมและซื้อของตามร้านค้าและทานอาหารตามร้านอาหารเท่านั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มติชนจัดสัมมนา ยก 2 วันที่ 4 กพ. “พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิด พลิกวิกฤตเศรษฐกิจไทย”
บทความถัดไปณวัฒน์ เหน็บใคร! ชี้เข้าวัดสร้างภาพ ใช้เครื่องยกหน้าพูดไม่อายปากกินอาหารเสริม