กองปราบทลายขบวนการเงินกู้แฝงดาวน์รถจยย.แลกเงินส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน

5.02.21 | 16:14 น.

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.พร้อม พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป.,พ.ต.ต.หญิง กัญจิรา นรสาร สว.ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป.ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการเงินกู้แอบแฝงดาวน์รถจักรยานยนต์แลกเงินส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ได้ผู้ต้องหา 3 คนประกอบด้วย นายทรงกรด ตาสีงาม อายุ 37 ปี นายธีระ ลังกาปอน อายุ 37 ปี และนายวิชัย วงศ์เสนอ อายุ 27 ปี พร้อมของกลางรถยนต์กระบะแบบมีหลังคา 3 คัน รถจักรยานยนต์ 9 คัน ปืนพก 2 กระบอก และกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า กองปราบได้รับทราบเบาะแสว่ามีขบวนการเงินกู้นายทุนต่างชาติกลุ่มหนึ่ง เปิดเพจเฟซบุ๊กโพสต์ชักชวนให้ประชาชนที่ขาดสภาพคล่องทางเงินไปดาวน์รถจักรยานยนต์ป้ายแดงตามศูนย์จำหน่ายรถต่างๆ แล้วนำมาขายดาวน์ต่อให้กับพวกตนเอง โดยจะรับซื้อในราคาสูง 4-5 หมื่นบาทต่อคัน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของราคาเต็ม ก่อนจะนำรถเหล่านี้ส่งขายต่อยังประเทศกัมพูชา โดยไม่ต้องผ่อนส่งชำระค่ารถที่งวดเหลือ เมื่อประชาชนหลงเชื่อทำตามคำแนะนำดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไฟแนนซ์ที่ปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนที่กู้ซื้อรถจักรยานยนต์ และบริษัทประกันภัย

พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า เหตุนี้ชุดจับกุมจึงนำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งทราบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวกำลังเตรียมลักลอบนำรถที่รับซื้อดาวน์ต่อมาจากประชาชน ที่เก็บซ่อนอยู่ในพื้นที่ กทม.และ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านรอยต่อชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด กระทั่งเมื่อพบรถยนต์กระบะบรรทุกของแบบมีหลังคาปิด ของขบวนการดังกล่าว 2 คัน ซึ่งมีนายทรงกรด และ นายธีระ เป็นคนขับ วิ่งผ่านเข้ามาในพื้นที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจนพบรถจักรยานยนต์ของกลาง 6 คัน ที่ซุกซ่อนอยู่ด้านท้ายของรถกระบะทั้ง 2 คันดังกล่าว ก่อนขยายผลไปตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางอีก 2 คัน ที่บ้านพักของนายธีระ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ คลองลำเจียก ซอย 1 เขตบึงกุม แขวงนวลจันทร์ รวมถึงขยายผลเข้าจับกุมนายวิชัย ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ 1 คัน และปืนพกอีก 2 กระบอก

พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่าหน้าที่เป็นผู้รับรถจักรยานยนต์จาก พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง ไปส่งยังปลายทาง พื้นที่จังหวัดสระแก้ว ตามคำสั่งนายทุน โดยจะมีตัวแทนจากฝั่งประเทศกัมพูชามารับรถจักรยานยนต์นำไปจำหน่ายต่อในประเทศเพื่อนบ้านอีกทอดหนึ่ง ที่ผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว ได้รับค่าจ้างจากการขนเที่ยวละ 4,500-5,000 บาท รวมจำนวนรถจักรยานยนต์ที่เคยขนไปส่งบริเวณชายแดน ประมาณ 300 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.กำลังพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าวต่อไป