ฝากขัง’จัสติน’การ์ดราษฎรหลังถูกจับฐานความผิดม.112

23.03.21 | 12:11 น.

ความคืบหน้าการจับกุมนายชูเกียรติ แสงวงค์ ฉายาจัสติน แนวร่วมกลุ่มการ์ดราษฎร ในความผิดตามกฎหมายอาญา ม.112 หมิ่นพระบรมเดชนุภาพฯ หลังกระทำความผิดหน้าศาลฎีกา ระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่.สน.ห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจได้ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศาลเพื่อดำเนินการฝากขังออนไลน์ ภายหลังตำรวจสน.ชนะสงคราม ได้สอบปากคำนายชูเกียรติ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศ ที่ สน.ห้วยขวาง ยังไม่มีผู้ชุมนุมมารวมตัวให้กำลังใจนายชูเกียรติ ซึ่งตำรวจได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการวางแผงเหล็กเปิดทางให้เข้าออกได้ช่องเดียวเท่านั้น

พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดทางคดีต้องสอบถามกับ สน.ชนะสงคราม เพราะเป็นเจ้าของคดี ส่วน สน.ห้วยขวาง เพียงอำนวยความสะดวกเรื่องการคอนเฟอเรนซ์และฝากขังเท่านั้น ซึ่งคาดว่า ช่วงบ่ายจะมีความชัดเจนจากคำตัดสินของศาล

ขณะที่ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน. ชนะสงคราม กล่าวว่าพนักงานสอบสวนสั่งคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน ซึ่งหากศาลอนุญาตตามคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน ก็จะคุมตัวนายชูเกียรติไปส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวันนี้

เวลา 11.00 น.ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.พิษณุ เกิดทอง พนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรก นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือ จัสติน แกนนำกลุ่มคณะราษฎร อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 519/2564 คดีทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ที่สนามหลวง ซึ่งศาลดำเนินการสอบถามผู้ต้องหาและไต่สวนพยานหลักฐานผ่านวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานความผิดมาตรา 112 , ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมีใช่เป็นการกระทำภายใน ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ ฯ ”

Advertisement

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2564 เวลาประมาณ 18.00 น. นายชูเกียรติ หรือจัสติน ผู้ต้องหากับพวกซึ่งเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนประมาณ 600 คน ได้มารวมตัวกันที่บริเวณหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม ข้างศาลฎีกา ถ.ราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม จำนวนประมาณ 30 คน ได้เดินเท้าจากบริเวณหน้าร้านแมคโตนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอยู่ที่บริเวณหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มทยอยรวมตัวกันจากหลายทิศทาง ซึ่งมีจำนวนผู้ชุมนุมประมาณ 500 คน โดยในกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงและพูดปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล

จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.25 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบว่าการชุมนุมดังกล่าวนั้นเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและได้ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมแยกย้ายเลิกการชุมนุมแต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมตะโกนโห่ร้องและด่าทอโดยไม่ยอมเลิกการชุมนุมแต่อย่างใด หลังจากตำรวจแจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมรับทราบแล้วก็ได้ถอนกำลังออกจากบริเวณดังกล่าวไป ในเวลาต่อมาได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งซึ่งยังไม่ยอมเลิกชุมนุมได้เดินทางมาชุมนุมกันต่อเนื่อง ที่บริเวณถนนราชดำเนินใน และได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมารวมตัวกันอยู่ที่บริเวณหน้าตู้คอนเทนเนอร์ ที่ตำรวจได้ตั้งไว้เป็นแนวกั้นเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมรุกล้ำหรือเข้าไปในบริเวณเขตพระราชฐาน โดยบริเวณต้านหลังตู้คอนเทนเนอร์นั้นได้มีตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวนหลายกองร้อยตั้งกำแพงอยู่ด้านหลังอีกชั้นหนึ่ง

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มมีการฉีตสีสเปรย์ที่ตู้คอนเทนเนอร์และเริ่มมีการใช้เชือกผูกตู้คอนเทนเนอร์และช่วยกันดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงเพื่อเปิดทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประกาศห้ามการกระทำดังกล่าวของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ พร้อมกับได้ประกาศแจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมหยุดการกระทำดังกล่าวซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมหยุดและได้มีการขว้างปาสิ่งของและขว้างประทัดยักษ์เข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับมีการใช้หนังสติ๊กยิงลูกเหล็กและลูกแก้วใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในบริเวณตังกล่าว ตำรวจจึงได้ประกาศแจ้งเดือนและฉีดน้ำเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมหยุดการกระทำดังกล่าว แต่ปรากฎว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการฝ่าด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าไปยังเขตพระราชฐาน โดยมีการใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้กระทำความผิดไว้ได้ส่วนหนึ่งแต่ยังมีผู้กระทำความผิดบางส่วนสามารถหลบหนีไปได้

ตำรวจจึงได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ปรากฏภาพขณะที่นายชูเกียรติ แสงวงศ์ ผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้ปีนขึ้นไปที่บริเวณพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 10 ซึ่งติดตั้งอยู่ที่บริเวณต้านหน้ารั้วของศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหาได้นำกระดาษที่เขียนข้อความว่า “ที่ทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูล!”ไปติดไว้ที่บริเวณพระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าว โดยที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของผู้ต้องหาที่กระทำผิดไว้ได้

การกระทำดังกล่าว ของนายชูเกียรติ หรือจัสติน ผู้ต้องหาในคดีนี้ จึงเป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการดูหมิ่นแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์โดยเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือกระทำโตยวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องต่อประชาชนถึงขนาดจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินโดยเป็นการกระทำโดยเจตนา ประสงค์ต่อผล และเล็งเห็นผลว่าการกระทำดังกล่าวข้างต้น จะมีผู้อื่นกระทำความผิดล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ซึ่งจากการตรวจสอบภาพจากคลิปวีดีโอพบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำขยะต่างๆไปทิ้งไว้ที่บริเวณพระบรมฉายาลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีการฉีดสีสเปรย์และสาดน้ำที่พระบรมฉายาลักษณ์จนได้รับความเสียหาย

ต่อมาพบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้จุดไฟเผาที่พระบรมฉายาลักษณ์จนเกิดประกายไฟแต่มีผู้ชุมนุมบางส่วนสามารถช่วยกันดับไฟไว้ได้ทัน จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศให้หยุด

ผู้ต้องหากับพวกผู้ชุมนุมไม่ยอมหยุดแต่กลับปาสิ่งของขวดน้ำ ขว้างปาระเปิดปิงปองและยิงหนังสติ๊ก เข้าใส่เจ้าหน้าที่
ตำรวจควบคุมฝูงชนและทุบตีตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ

หลังจากก่อเหตุแล้ว นายชูเกียรติ ผู้ต้องหากับพวกได้หลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ซึ่งได้ออกหมายจับศาลอาญาที่ 519/2564 ลงวันที่ 22 มี.ค.2564 กระทั่งเวลา 199.40 น.วันที่ 22 มี.ค.2564 ตำรวจสน.ชนะสงคราม สามารถจับกุมตัวนายชูเกียรติ หรือจัสติน ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ จึงควบตัวตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม จึงแจ้ง ข้อกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐานมาตรา112 , ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบ เรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 ฯ,ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหนักงานควบคุมโรคติดต่อ,ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง,เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไป แล้วไม่เลิก ,ร่วมกันต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมการกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป,ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใ จเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,112, 138 วรรคแรก , 138วรรคสอง , 140 วรรคแรก , 215 , 216 , 295 , 296 และ ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548

เหตุเกิดที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้สอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด จะครบกำหนดควบคุมตัว 48 ชั่วโมงแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องสอบพยานอีก 11 ปาก, รอผลการตรวจชันสูตรบาตแผลของเจ้าพนักงานตำรวจและพยานที่ได้รับบาดเจ็บ , รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา มาประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณา ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวข้างตัน จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ในระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม-วันที่ 3 เมษายน 2564 ทั้งนี้หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์ร่วมกันชุมนุมแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองและทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายจำนวนมาก หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราว เกรงว่าจะไปร่วมกันชุมนุมแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองและทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายในลักษณะเดียวกันอีก ประกอบกับผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112ในท้องที่สน.ลุมพินี ตามคดีอาญาที่ 1092/2563 ,กระทำความผิด มาตรา 112 ท้องที่ สน.ท่าพระ ซึ่งได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาและคดีอยู่ระหว่างการสอบสวน , กระทำผิดมาตรา 112 ท้องที่สน.บุปผาราม และยังกระทำผิดมาตรา 116 ,225 และความผิดเกี่ยวกับโบราณสถานในห้องที่สน.ชนะสงคราม ซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลในคดีหมายเลขดำที่ อ.287/2564 , อ.5399/2564 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายแต่อย่างใด หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปจะเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีก

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้