ราชทัณฑ์ ตั้งคณะ กก.สอบปมจดหมาย แกนนำราษฎร เผย เพนกวิน เริ่มมีผื่นแดง-อ่อนเพลีย

ราชทัณฑ์ ตั้งคณะกก.สอบปมจดหมาย แกนนำราษฎร เผย เพนกวิน เริ่มมีผื่นแดง-อ่อนเพลีย

ราชทัณฑ์ ตั้งคณะ กก.สอบปมจดหมาย เพนกวิน-อานนท์ ยืนยันไม่ได้ออกจากคุก เผยอาการล่าสุด เพนกวิน เริ่มมีผื่นแดง อ่อนเพลีย เล็กน้อย แจงย้ายตัวกลางคืน เป็นไปตามกระบวนการอย่างถูกต้อง

จากกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์การนำจดหมายออกนอกเรือนจำ ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนายอานนท์ นำภา ว่าถูกส่งให้บุคคลภายนอกได้อย่างไร และสามารถโพสต์บนสื่อโซชียลได้อย่างไร รวมถึงกรณีการย้ายตัวนายพริษฐ์ฯ ไปที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานีในเวลากลางคืนถูกต้องหรือไม่นั้น

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์  ชี้แจงว่า ขณะนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดและถี่ถ้วน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในระหว่างที่นายพริษฐ์ และนายอานนท์ ถูกนำตัวขึ้นศาล

แต่ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการตรวจสอบความเรียบร้อยของผู้ต้องขังทุกครั้ง โดยเฉพาะการตรวจสอบสิ่งของต่างๆ เพื่อไม่ให้มีการลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าและออกเรือนจำ ซึ่งในขณะที่ค้นตัวก่อนและเข้าเรือนจำในวันดังกล่าว ไม่พบเอกสารหรือจดหมายในตัวของผู้ต้องขังทั้งสองรายแต่อย่างใด

“ในส่วนของการโพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลมีเดียของผู้ต้องขังที่ปรากฏสู่สาธารณะ ขอเรียนยืนยันตามที่กรมราชทัณฑ์ได้เคยชี้แจงไปแล้วว่า ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ผู้ต้องขังไม่สามารถใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือสื่อสารได้ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ที่แม้แต่เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เองก็ไม่สามารถนำเข้าในเขตพื้นที่เรือนจำได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย จะสามารถโพสต์ข้อความเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง

เบื้องต้นทราบว่าเป็นการฝากข้อความผ่านทนายความและผู้ที่ไว้ใจในการโพสต์จากข้างนอกเรือนจำ ทั้งนี้ เจ้าของ Facebook Page สามารถกำหนดสิทธิผู้ดูแล หรือ Admin ให้ใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องโพสต์ด้วยตัวเอง ซึ่งในกรณีดังกล่าว นายพริษฐ์ได้เคยลงบันทึกข้อความไว้แล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ว่าข้อความและถ้อยคำที่ตนเองสื่อสารออกไปเป็นการฝากบุคคลภายนอกโพสต์แทนตนเอง” นายธวัชชัยกล่าว

สำหรับประเด็นการย้ายที่คุมขังของนายพริษฐ์นั้น เป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลอาญา ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 โดยให้กักขังเป็นเวลา 15 วัน นายพริษฐ์ จึงถูกส่งตัวไปรับโทษกักขังยังสถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานีในวันเดียวกัน จากเดิมที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

เนื่องจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไม่ใช่สถานที่กักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 24 วรรคหนึ่ง จึงไม่อาจบังคับโทษกักขังตามคำพิพากษาของศาลได้ แต่หากนายพริษฐ์ได้รับโทษกักขังครบตามคำพิพากษาของศาลแล้ว (จะครบกำหนด 15 วัน ตามคำพิพากษาของศาลในวันที่ 6 เมษายน 2564) สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานีก็จะต้องส่งตัวนายพริษฐ์ กลับมาคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครตามเดิม เพื่อรอการพิจารณาคดีอื่นที่ยังคงเหลืออยู่

นายธวัชชัยกล่าวเพิ่มเติม ต่อประเด็นข้อสงสัยที่ว่า เหตุใดจึงมีการย้ายตัวในเวลากลางคืนนั้น ต้องเรียนว่า กรมราชทัณฑ์ เป็นหน่วยงานสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรม และเป็นงานลักษณะพิเศษที่ต้องดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อได้รับหมายศาลมาเวลาใด เจ้าหน้าที่ต้องรีบดำเนินการในทันทีให้ถูกต้อง ตามระเบียบจึงดำเนินการส่งตัวไปที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานีในเวลากลางคืนหลังจากได้รับหมายศาล

ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของงานราชทัณฑ์ โดยขั้นตอนการดำเนินการทุกอย่าง จะถูกเก็บเป็นความลับจนกว่าจะมีการดำเนินการแล้วเสร็จ เพราะเป็นระเบียบปฏิบัติของกรมราชทัณฑ์ในเรื่องของความปลอดภัยระหว่างขนย้ายผู้ต้องขังไม่สามารถแจ้งญาติ หรือบุคคลภายนอกให้ทราบล่วงหน้าได้

นายธวัชชัย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าอาการล่าสุดของนายพริษฐ์หลังจากอดอาหารเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ว่า จากการตรวจร่างกายในช่วงเช้าวันนี้ (23 มี.ค.64) พบว่านายพริษฐ์ มีผื่นคันที่หน้าอกและหลัง และมีอาการอ่อนเพลียลงเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม สภาพร่างกายทั่วไปยังไม่น่าเป็นห่วง และนายพริษฐ์ยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหารและการตรวจวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้ว เนื่องจากวิตกกังวล ในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ให้คำแนะนำการรับประทานอาหารและจัดเตรียมผงเกลือแร่ นม น้ำหวาน และโอวัลตินให้แก่นายพริษฐ์ พร้อมทั้งเตรียมพร้อมตลอดเวลา หากเกิดความจำเป็นต้องรับการรักษาเร่งด่วน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม.เร่งตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 หมู่บ้านอมรชัย 4 บางขุนเทียน
บทความถัดไป‘เทนนิส’ เปิดคัดทีมชาติคึกคัก ‘เก๋า+ดาวรุ่ง’ตบเท้าร่วม ‘สุชัย’ แจกอัดฉีด