รอง ผบ.ตร. ตรวจความพร้อมตั้งด่านวันแรก ถนนประเสริฐมนูกิจ เจอนักดื่มแอลกอฮอล์สูง 123 มิลลิกรัม

รอง ผบ.ตร. ตรวจความพร้อมตั้งด่านวันแรก ถนนประเสริฐมนูกิจ เจอนักดื่มแอลกอฮอล์สูง 123 มิลลิกรัม

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 1 เมษายน พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.จร. เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติ ณ จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ที่บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์กล่าวว่า ตามที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ตร.) ได้มีข้อสั่งการให้เตรียมความพร้อมเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยให้เริ่มบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ตามมาตรการ 10 ข้อหาหลัก อย่างเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงวันที่ 23 เมษายน 2564 จึงได้กําชับมาตรการปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจเพื่อบังคับ ใช้กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกและความผิดอื่นที่เกี่ยวกับรถหรือการใช้ทาง เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจ เพื่อบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพเกิดความปลอดภัยและสะดวกในการจราจร และเพื่อเป็นการกําหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานจราจรให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย เป็นมาตรฐานสากล มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่กระทบสิทธิกับประชาชนเกินสมควร จึงกําหนดมาตรการปฏิบัติเกี่ยวกับ การตั้งจุดตรวจ โดยกําชับการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย แนวทางและขั้นตอนที่ ตร.กําหนดอย่าง เคร่งครัด

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการปฏิบัติสำหรับการตั้งจุดตรวจมีดังนี้ 1.ต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับการขั้นไป 2 การตั้งจุดตรวจต้องมีแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน 3.จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องมีป้ายแสดงให้ประชาชนมองเห็นได้ 4.จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์พิจารณาจากข้อมูลผู้กระทำความผิด สถิติการเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับความปลอดภัยของประชาชนและตำรวจและความสะดวกมีที่จอด-ไฟฟ้าเพียงพอ 5.จุดตรวจมีแผงกั้นที่มาตรฐานแสงไฟส่องสว่างชัดเจนมีแผงป้ายแสดง ยศ ชื่อ นามสกุลและตำแหน่งของหัวหน้าด่านตรวจ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า 6.สื่อสารอธิบายข้อกฎหมายให้ผู้กระทำความผิดเข้าใจโดยใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ 7.การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้และป้องกันการทุจริต ได้แก่ นำกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่สามารถดูการตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้แบบปัจจุบัน (RealTime) และกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวชนิดติดตัวหรือหมวกนิรภัยของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจและบันทึกข้อมูลผู้ขับขี่และผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ลงในระบบ TPCC (Traffic Police Checkpoint Control) หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกินกฎหมายให้พิมพ์เอกสารผลการตรวจให้ผู้ขับขี่เป็นหลักฐาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฟื้นด่านจับเมา ตั้งเป้าดีเดย์ 1 เม.ย.

ขณะที่ผู้ขับขี่รถรายหนึ่ง กล่าวว่า การตั้งตรวจแอลกอฮอล์อย่างน้อยเรื่องอุบัติเหตุน่าจะลดลง เพราะสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ ส่วนเรื่องขั้นตอนต่างๆ ที่มากขึ้นนั้น ถือว่าเป็นข้อดี ช่วยในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการตรวจแอลกอฮอล์ของเจ้าหน้าที่จาก บก.จร.นั้น พบผู้ขับขี่รถยนต์รายนึงเป่าเบื้องต้นแล้วมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่ากฎหมายกำหนด จึงเชิญมาเป่าซ้ำเพื่อยืนยันที่บริเวณจุดตรวจ พบปริมาณแอลกอฮอล์สูง 123 มิลลิกรัม จึงดำเนินการแจ้งข้อหาตามขั้นตอนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เพนกวิน’ นอนไม่หลับ – ‘รุ้ง’ ประกาศกินข้าววันสุดท้าย ดื่มแต่น้ำ นม น้ำหวานตั้งแต่ 2 เม.ย.
บทความถัดไปสมาคมบอลฯ ร่วมกับ บีจีปทุม ยูไนเต็ด จัดพิธีเปิดการอบรมโค้ชหลักสูตร B-license