เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แจงอาการป่วย ‘ชูเกียรติ’ ผ่าฝีที่ท้ายทอยออกแล้ว ย้ำมาตรการคุมโควิดเคร่งครัด

เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แจงอาการป่วย ‘ชูเกียรติ’ ผ่าฝีที่ท้ายทอยออกแล้ว ย้ำมาตรการคุมโควิดเคร่งครัด

จากกรณีเฟซบุ๊ก อานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ข้อเขียนโดยระบุว่าเป็นข้อความฝากจากเรือนจำลงวันที่ 22 เมษายน 2564 ระบุว่า ตอนนี้โควิด-19 เริ่มระบาดในเรือนจำแล้ว พร้อมกล่าวถึงอาการป่วยของ นายชูเกียรติ แสงวงศ์ หรือจัสติน นั้น

ล่าสุด ช่วงค่ำวันเดียวกัน (22 เมษายน) เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ออกมาชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) โดยผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก “อานนท์ นำภา” โพสต์ข้อความ ระบุว่า โควิดเริ่มระบาดในเรือนจำ อาการป่วย ข.ช.ชูเกียรติ หรือจัสติน แสงวงค์ มีอาการไข้สองสามวัน (17-18 เมษายน 2564) ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดตา คอแห้ง กังวลว่าจะเป็นโรคโควิด-19

เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขอเรียนว่า ในวันที่ 18 เมษายน 2564 เวลา 19.25 น ผู้ต้องขังมีอาการปวดเป้าตา เจ็บคอ (คอแดง) มีอาการร้อนๆ หนาวๆ อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส ชีพจร 98 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 105/68 mmHg ออกซิเจนวัดจากปลายนิ้ว 98% ฟังปอดปกติ สถานพยาบาลได้ให้การบำบัดรักษาตามอาการ

อ่านข่าว : ทนายอานนท์ ชี้โควิดเริ่มระบาดในเรือนจำ เผยอาการป่วย ‘ชูเกียรติ’ ปวดตามเนื้อตัว รอเช็กอาการซ้ำ

และในวันที่ 19-20 เมษายน 2564 ไม่มีอาการไข้

วันที่ 21 เมษายน 2564 แจ้งว่ามีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ ตรวจวัดอุณหภูมิ 36.9 องศาเซลเซียส ชีพจร 70 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 18 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 110/74 mmHg และมีฝีบริเวณท้ายทอย ประมาณ 3 cm สถานพยาบาลได้ผ่านำหนองออก ได้หนองสีขาวข้น และได้ให้ยาฆ่าเชื้อตามแผนการรักษา

ในวันที่ 22 เมษายน 2564 แผลฝีที่ท้ายทอยเริ่มทุเลาขึ้น อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ชีพจร 70 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 118/60 mmHg

ซึ่งอาการไข้น่าจะเกิดจากการที่มีการอักเสบของฝีที่ท้ายทอย และเมื่อได้รับการรักษาอาการไข้จะทุเลาลง แนวทางการรักษาคือการทำความสะอาดแผลทุกวันและรับประทานยาฆ่าเชื้อจน ครบ 7 วัน

เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นสถานที่คุมขังผู้ต้องขังคดีระหว่างพิจารณา และผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งมีอัตราโทษไม่เกิน 15 ปี โดยเรือนจำฯจะรับตัวผู้ต้องขังจากภายนอกเข้ามาคุมขังตามหมายศาลทุกวัน เรือนจำจึงได้กำหนแดนสำหรับใช้คุมขังคนเข้าใหม่ เพื่อกักตัว และมีการตรวจหาเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 สัปดาห์ละสองครั้ง (อังคาร,ศุกร์ ) ซึ่งผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกคนจะได้รับการตรวจหาเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ในช่วงวันที่ 1-3 และ 12-14 ก่อนพ้นการกักตัว 14 วัน

หากมีกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยง จะทำการตรวจเพิ่มเติมจากการตรวจปกติ โดยทีมเจ้าหน้าที่จากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และหากพบว่ามีการติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 เรือนจำจะดำเนินการส่งตัวผู้ต้องขังรายนั้น ออกไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกทันที

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขอเรียนว่าการดำเนินการของเรือนจำฯ ในด้านการป้องกันโรคติดต่อไวรัสโคโรนา-2019 เป็นไปตามมาตราการ การป้องกันฯและข้อสั่งการของกรมราชทัณฑ์และกระทรวงฯโดยเคร่งครัด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ป้าเป้า’ ประกาศค้างคืนหน้าศาลอาญา ผู้ชุมนุมปักหลัก ตร.เข้ม กั้นรั้วเหล็ก 2 ชั้น
บทความถัดไปครป. เรียกร้องรัฐบาลไทย-อาเซียนร่วมกดดันกองทัพพม่า ยุตินองเลือด แนะเลิกอ้างไม่แทรกแซงกิจการภายใน