คฝ.กระชับพื้นที่ต่อเนื่อง ปะทะกันปากซอยรัชดาฯ 32 เผยเสียงคล้ายประทัดดังนานครึ่ง ชม. จนท.ยังไปต่อ

คฝ.กระชับพื้นที่ต่อเนื่อง ก่อนปะทะกันปากซอยรัชดาภิเษก 32 เผยเสียงคล้ายประทัดดังนานครึ่ง ชม. จนท.ยังไปต่อ

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม กลุ่มรีเด็ม (REDEM) จัดคาราวานเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำกลุ่มราษฎรและแนวร่วมที่ถูกคุมขังที่เรือนจำ

ก่อนเริ่มเดินขบวนผู้ชุมนุมได้มารวมกันบริเวณเกาะพญาไท ซึ่งขบวนประกอบด้วย รถเครื่องเสียง รถจักรยานยนต์ ผู้ชุมนุมถือธง REDEM ซ้อนท้าย และนำกระดาษมีข้อความ “ยกเลิก กรุงเทพมหานคร 112” มาปิดทับแผ่นป้ายทะเบียนจริงไว้

เวลา 16.55 น. คาราวานจักรยานยนต์ผู้ชุมนุมมารวมตัวกันบริเวณประตู 9 ศาลอาญา ส่งผลให้การจราจรมุ่งหน้าแยกรัชโยธินสามารถใช้การได้ 2 ช่องทาง

ต่อมาเวลา 17.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้กลิ่นและควันคล้ายแก๊สน้ำตามาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ปาไข่และข้าวของเข้าไปใส่รถเครื่องขยายเสียงที่อยู่ภายในบริเวณศาลอาญา

ขณะที่ตำรวจประกาศว่า ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายประชาชน และการกระทำของประชาชนเจตนาก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หากไม่หยุด ตำรวจจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายตามยุทธวิธี และขอให้ผู้ที่รู้สึกไม่ปลอดภัยเดินทางกลับได้ทันที

ทั้งนี้ แกนนำประกาศยุติกิจกรรมในเวลา 17.55 น. และขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

เวลา 19.05 น. ตำรวจที่ตรึงกำลังอยู่ภายในบริเวณศาล ประกาศให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน รวมทั้งให้สื่อมวลชนเตรียมบัตรประชาชนไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และประกาศแจ้งเตือนเวลาที่เหลืออยู่เป็นระยะๆ พร้อมปิดการจราจรบริเวณหน้าศาลอาญา มุ่งหน้าแยกรัชโยธิน

เวลา 19.17 น. มีเสียงดังคล้ายประทัดดังขึ้นอย่างน้อย 5 ครั้ง

ล่าสุด เมื่อเวลา 19.23 น.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ได้เข้ากระชับพื้นที่บริเวณหน้าศาลอาญา และบริเวณสำนักงานอัยการสูงสุด รัชดา จนเกิดการปะทะกันบริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 32

ทั้งนี้ มีเสียงดังคล้ายประทัดดังขึ้นหลายสิบครั้งนานร่วมครึ่งชั่วโมง ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะตัดสินใจเดินบีบกระชับพื้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต้องถอยร่นเข้าไปภายในซอย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างเข้าเคลียร์พื้นที่

อ่านข่าว : ตำรวจขอผู้ชุมนุมรีเด็มกลับบ้าน ก่อนเสียงคล้ายประทัดดังกว่า 5 ครั้ง คฝ.เข้ากระชับพื้นที่แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ป่วยโควิด ‘เชียงใหม่’ เพิ่ม 55 เสียชีวิต 2 ราย ผู้สูงอายุ-น้ำหนักเยอะ
บทความถัดไปโปรเหมียวฟอร์มฮอตต่อเนื่อง วันเดียว 7 อันเดอร์ แรงจบอันดับ 3 ร่วม ศึกเอชเอสบีซี