อดีตผู้พิพากษาอาวุโสฯ ยันไม่เกี่ยวข้องรับสินบนโตโยต้า เป็นผู้ให้แพ้คดี ถามทำไมบริษัทไม่ออกมาแจง ชี้ทำต่างชาติขาดความเชื่อถือกระบวนยุติธรรมไทย หนีไม่มาลงทุน กระทบเศรษฐกิจ
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวติดตามการสอบสวนในต่างประเทศเกี่ยวกับคดีภาษีของบริษัทในเครือโตโยต้า ผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศ (www.law360.com) ปรากฏข้อมูลหลากหลายด้าน และที่มีการพาดพิงถึงบุคลากรในศาลยุติธรรม
นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ 1 ใน 3 บุคคลที่ถูกพาดพิงถึงจากรายงานข่าวของ LAW 360 ได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสว่า เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ตั้งแต่คดีผ่านการพิจารณามาถึงศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ขณะเป็นผู้พิพากษาอาวุโสศาลศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ และได้รับมอบสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย 10 สำนวน แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดในสำนวน เห็นว่าบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ น่าจะแพ้คดี แต่มีหลายสำนวนที่เห็นว่าโตโยต้าชนะคดี ขณะนั้น องค์คณะผู้พิพากษามีความเห็นแตกต่างกัน ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ จึงนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของศาลคดีชำนัญพิเศษ
นายชัยสิทธิ์กล่าวว่า ตนเป็นผู้อภิปรายว่าบริษัท โตโยต้าควรจะเป็นฝ่ายแพ้คดี และเมื่ออภิปรายจบ ที่ประชุมใหญ่ของศาล จึงลงคะแนนหลังจากพิจาณาจากสำนวนคดีจากทั้งหมดถ้าจำไม่ผิดประมาณ 70 คน ในจำนวนนี้ 60 คน เห็นด้วยให้บริษัทโตโยต้าแพ้คดี และเสียงส่วนน้อย 10 เสียง พิจารณาสำนวนคดีแล้วเห็นว่าโตโยต้าควรจะชนะคดีนี้ เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นไปตามความเห็นของตนว่าโตโยต้าเป็นฝ่ายแพ้คดี และเมื่อแพ้คดี ต่อมาก็ทราบว่าโตโยต้าฎีกาไป ตนก็เกี่ยวข้องแค่นี้ เลยไม่ทราบว่าทำไมกล่าวหาตนว่าไปร่วมกับประธานศาลฎีการับสินบนเรื่องนี้ ทั้งที่ป็นคนตัดสินในชั้นศาลอุทธรณ์ร่วมกัน เป็นเจ้าของสำนวนร่วมกันแล้วก็ให้ความเห็นว่าโตโยต้าควรจะเป็นฝ่ายแพ้คดี
นายชัยสิทธิ์กล่าวว่า จากการเปิดเผยของเว็บไซต์ LAW360 ทำไมโตโยต้าประเทศไทยไม่เร่งออกมาชี้แจงว่าประเด็นที่ถูกกล่าวหานั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ รวมไปถึงการจ่ายเงินค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายสำหรับสำนักงานทนายความ หากเป็นจริงมีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาเป็นเงินจำนวนเท่าไร สูงกว่าปกติหรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากเรื่องอะไร หากปรากฏข้อมูลเป็นจริงตามรายงานข่าว ประเด็นนี้อาจมีความผิดกฎหมายอาญา เท่ากับให้สินบน
“ถ้าเป็นจริง มันจะทำให้ต่างชาติขาดความไว้วางใจประเทศไทย และจะมีผลต่อการลงทุนในประเทศไทยด้วย เพราะว่าเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าประเทศไทยขาดความเชื่อถือแล้วเขาก็ไม่มาลงทุน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันกระทบไม่ใช่เฉพาะผมกับประธานศาลฎีกาอีก 2 ท่าน แต่มันกระทบถึงศาลและเฉพาะอย่างยิ่งมันกระทบถึงเศรษฐกิจประเทศไทยด้วย เพราะจะทำให้ขาดความเชื่อถือต่อคนที่จะมาลงทุน เนื่องจากว่ากระบวนการยุติธรรมมีการติดสินบนกัน ถ้าหากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง อย่างนี้ก็ไม่มาลงทุนกัน เพราะฉะนั้นมันจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างยิ่ง” นายชัยสิทธิ์กล่าว
สำหรับคดีภาษีนำเข้ารถยนต์โตโยต้า พรีอุส เกิดขึ้นเมื่อปี 2556 บริษัท โตโยต้า ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมกว่า 11,000 ล้านบาท แต่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โต้แย้งมีคดีฟ้องร้อง เรื่องการเรียกเก็บภาษีอากรตั้งแต่ปี 2560
ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาตัดสินให้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นฝ่ายชนะคดี ไม่ต้องชำระภาษี แต่หลังจากนั้น ศาลอุทธรณ์นำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ก่อนมีคำพิพากษากลับให้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นฝ่ายแพ้คดี
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศาลไม่นิ่งนอนใจ ตรวจสอบคดีภาษีโตโยต้า ขอข้อมูลมะกัน หากพบผิดลงโทษวินัยเด็ดขาด
- สื่อนอกเปิดชื่อนามสกุลผู้เกี่ยวข้อง คดีดังสินบนโตโยต้าไทย
- โรม จ่อส่งคดีสินบนโตโยต้า เข้ากมธ.ป.ป.ช. แนะศาล เร่งสอบ-ขยายผล คนมีเอี่ยวอีก
- ตั้งเลขาฯ ศาลยุติธรรมนั่งประธานตรวจสอบข่าวคดีสินบนโตโยต้า เร่งด่วน
- 2 อดีตผู้บริหารศาลประสานขอ สนง.ศาลช่วยดำเนินคดี www.law360.com เผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาสินบนโตโยต้า

