รองโฆษก ตร. แจงกลุ่มเหยื่อคดีโกงขายมือถือออนไลน์ ระบุตำรวจไม่มีค่าใช้จ่ายทำคดี กล่าวหาให้เสื่อมเสีย จ่อดำเนินคดีมือโพสต์

รองโฆษก ตร. แจงกลุ่มเหยื่อคดีโกงขายมือถือออนไลน์ ระบุตำรวจไม่มีค่าใช้จ่ายทำคดี ไม่มีเรียกรับผลประโยชน์ กล่าวหาให้ตำรวจเสื่อมเสีย กำลังหาตัวมือโพสต์ดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ชี้แจงถึงกรณีมีข้อความปรากฎบนเพจเฟซบุ๊กของกลุ่มผู้เสียหายจากการถูกหลอกขายโทรศัพท์มือถือโดยมิจฉาชีพกลุ่มเดียวกับที่หลอกขายโทรศัพท์ให้เด็กชายอายุ 14 จนเกิดความเครียดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเชื่อว่าต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินคดี

หลังจากที่เกิดเหตุเด็กชายอายุ 14 ปี เสียชีวิตจากความเครียดหลังจากการโดนหลอกขายโทรศัพท์มือถือ ก็ปรากฏว่ามีผู้เสียหายหลายคนที่ถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวและได้มีการรวมตัวของผู้เสียหาย เพื่อที่จะดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพนี้ ล่าสุดบนสื่อสังคมออนไลน์ ก็ได้มีการปรากฏข้อความที่มีคนโพสต์ลงในกลุ่มของผู้เสียหาย ในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเชื่อว่าต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินคดี โดยเฉพาะในส่วนของข้อความที่ระบุว่า “ถามว่าเงิน 10% นี้เอาไปใช้จ่ายอะไรบ้าง ค่าทนายก็ 15,000+ แล้ว ที่เหลือก็เอาไว้ให้ตัวแทนใช้เป็นค่าเดินทางบ้าง ค่าใต้โต๊ะตำรวจกับนักข่าวบ้าง เรื่องจะได้ไม่เงียบและมีความคืบหน้าตลอด” ซึ่งในการดำเนินคดีนั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย และไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด และในข้อความส่วนนี้ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสื่อมเสีย อีกทั้งยังเป็นการซ้ำเติมจิตใจของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกันอยู่แล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบตัวผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว และดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

ส่วนในความคืบหน้าทางคดี เมื่อวันที่ 24 กันยายน ทางกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ก็ได้มีการแถลงข่าวการจับกุมผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวไปแล้ว 2 ราย จากทั้งหมด 3 ราย และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ต่อไปอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อเหล่ามิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงคอยเฝ้าฟังข่าวสารต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้ทันกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพ และหากคดีมีความคืบหน้าอย่างไร จะรายงานให้ทราบในโอกาสต่อไป

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เขาใหญ่คึกคัก นักท่องเที่ยววันละ 1 หมื่นคน
บทความถัดไป‘มะกัน-จีน’ชิงการนำ ผ่าน‘ออกัส-ซีพีทีพีพี’