อ่วม ผู้ว่าการรถไฟฯ สั่งดำเนินคดีแพ่ง-อาญาถึงที่สุด หนุ่มลักลอบตัดสายเคเบิล รถไฟชานเมืองสายสีแดง

อ่วม ผู้ว่าการรถไฟฯ สั่งดำเนินคดีแพ่ง-อาญาถึงที่สุด หนุ่มลักลอบตัดสายเคเบิล รถไฟชานเมืองสายสีแดง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้ก่อเหตุลักลอบตัดสายเคเบิลโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ได้มอบหมายให้นายสถานีรถไฟรังสิต แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์นั้น ล่าสุดได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ฯ ว่าสามารถดำเนินการจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 1 ราย คือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– จับแล้ว แก๊งตัดสายสัญญาณสื่อสาร รถไฟฟ้าสายสีแดง

นายอรรณพ อายุ 31 ปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลการจับกุมเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นได้รับแจ้ง มีการก่อเหตุลักสายเคเบิลทั้งสิ้น 8 จุด ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการประเมิน ทั้งนี้ จากตรวจสอบการลักลอบตัดสายเคเบิล ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการให้บริการแก่ประชาชน แต่อาจทำให้การเดินรถสายสีแดงมีความช้าลงบ้าง โดยหลังจากนี้การรถไฟฯ จะเร่งประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามขยายผล จับกุมผู้กระทำผิดอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ทางผู้บังคับการตำรวจรถไฟ และฝ่ายสืบสวน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งชุดสืบสวนเพื่อติดตามคนร้ายและทรัพย์สินของการรถไฟฯ เป็นการเฉพาะ โดยมีบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งให้บริการเดินรถไฟชานเมืองสายสีแดง และบริษัทรักษาความปลอดภัย จัดชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวน และสุ่มตรวจในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาในระยะยาว ทางการรถไฟฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำจัดวัชพืชตลอดแนวรั้วให้โล่ง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการสอดส่องดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นการป้องกันไม่ให้ใช้เป็นพื้นที่ก่อเหตุ

นอกจากนี้ เร่งดำเนินการซ่อมแซมรั้วที่ได้รับความเสียหายและเสริมแนวรั้วป้องกันเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง พร้อมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

นายนิรุฒกล่าวว่า ได้สั่งการให้ติดตามดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด ทั้งทางแพ่งและอาญา โดยให้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย คดีเป็นความผิดคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ซึ่งได้รวบรวมค่าเสียหายส่งพนักงานสอบสวนเพื่อให้พนักงานอัยการเรียกค่าเสียหายรวมในคดีอาญาแล้ว นอกจากนี้จะดำเนินคดีที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้อหาบุกรุกพื้นที่การรถไฟฯ และก่อกวนให้เป็นอุปสรรคการเดินรถ รวมถึงการก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินทางราชการ

ทั้งนี้ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ.จัดวางทางรถไฟแลทางหลวง พ.ศ.2464  มาตรา 84 ได้ระบุผู้ใดที่เข้าไปในที่ดินรถไฟนอกเขตที่อนุญาตให้ประชาชนเข้าออก ถือมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น 1 และมาตรา 87ระบุไว้ว่า ผู้ใดทำให้รถ สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรหรือสิ่งใดๆ อันเป็นทรัพย์สินของรถไฟเสียหายหรือชำรุด มีความผิดฐานลหุโทษต้องระวางโทษชั้น 1

นอกจากนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ระบุว่า ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์เขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกันยังเข้าข่ายคดีทำลายทรัพย์สินทางราชการ ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 231 ระบุว่าผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ให้ประภาคาร ทุ่น สัญญาณ หรือสิ่งอื่นใดซึ่งจัดไว้เป็นสัญญาณเพื่อความปลอดภัยในการจราจรทางบก การเดินเรือ หรือการเดินอากาศ อยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การจราจรทางบกการเดินเรือ หรือการเดินอากาศ ตั้งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 – 140,000 บาท และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ผู้ใดลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้ เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นิสิตจุฬาฯชี้ผลงาน ‘จิตร ภูมิศักดิ์’ กลายเป็นเพลงประจำม็อบ อาจารย์มช.ยกฮีโร่ในดวงใจ ไขปมร่วมพคท.
บทความถัดไป‘ธรรมนัส’ กลับบ้านเกิด รุดช่วยเหลือคนในพื้นที่ถูกไฟไหม้ ลั่น เดินหน้าดูแลทุกข์ยากคนพะเยาต่อเนื่อง