ค้านประกัน3ต่างชาติแก๊งปลอมพาสปอร์ต หั่นศพ ยิงตร.แจ้ง5ข้อหาหนัก ส่งนอนคุก

ความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 18/1 ซอยสุขุมวิท 56 แขวงบางจาก เขตพระโขนง เพื่อจับกุมแก๊งปลอมพาสปอร์ต และเกิดการปะทะกับคนร้ายเป็นชาวต่างชาติ เป็นเหตุให้ จ.ส.ต.กัญจนพงษ์ เชเดช ผบ.หมู่ งานสืบสวน กก.1บก.ทท.ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจค้นพบศพชายผมสีทองถูกฆ่าหั่นยัดในตู้แช่เย็น เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กันยายน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท.) เปิดเผยความคืบหน้าคดี ว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ต้องหา ทราบว่านายปีเตอร์ แอนดริว โคลเตอร์ อายุ 58 ปี ชาวไอร์แลนด์เหนือ เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยแก๊งนี้เป็นแก๊งปลอมพาสปอร์ตข้ามชาติ รายใหญ่ อาศัยอยู่ในประเทศไทยนาน 8-9 ปี มีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง ด้วยหนังสือเดินทางจริงและปลอม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ขณะที่ฐานลูกค้าที่สั่งทำพลาสปอร์ตปลอมอยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้เเกะรอยการใช้โทรศัพท์มือถือของกลุ่มผู้ต้องหาว่ามีการโทรไปยังจุดใดบ้าง และเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00 น. ตำรวจได้ตรวจค้นบ้านพักกลุ่มผู้ต้องหา 2 จุด ย่านอ่อนนุช ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยช่วงเช้าของวันนี้จะเดินทางไปเยี่ยม จ.ส.ต.กัญจนพงษ์ ที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะเดินทางมา สน.พระโขนง เพื่อนำตัวนายปีเตอร์ แอนดริว โคลเตอร์ อายุ 58 ปี ชาวไอร์แลนด์เหนือ มือยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ นายแอรอน โทมัส กาเบียล อายุ 33 ปี นายเจมส์ ดักกลาส เอ็กเกอร์ อายุ 66 ปี ทั้งสองมีสัญชาติอเมริกัน ไปฝากขังศาลจังหวัดพระโขนง ก่อนเวลา 12.00 น.

ด้าน พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.พระโขนง เปิดเผยว่าจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนงฝากขังภายในวันนี้ ส่วนชาวพม่า 2 คน จะกันไว้เป็นพยาน เนื่องจากรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องหาที่อยู่ภายในอาคาร ตำรวจจะขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นมีการเเจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับคดีความมั่นคงเเต่อย่างใด เเละจากการสอบปากคำผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธเรื่องศพในตู้แช่แข็ง ส่วนรายละเอียดขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ส่วน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งตัวนายนายปีเตอร์ แอนดริว คอลเตอร์ หนึ่งในผู้ต้องหา ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาพยายามทำร้ายตัวเอง โดยบิดข้อมือให้กุญแจมือบาดข้อมือตัวเอง ส่วนการสอบปากคำนายปีเตอร์ให้การเพียงว่า เป็นตัวแทนบริษัทวิจัยบริษัทหนึ่ง โดยเข้ามาอยู่ในประเทศไทยกับเพื่อนชายอีกคนหนึ่ง ก่อนเพื่อนจะได้หายตัวไปนานกว่า 3 เดือนเท่านั้น โดยปฏิเสธไม่ทราบตู้เย็นเป็นของใคร ขัดแย้งกับข้อมูลที่ตำรวจได้ความจากพยานยืนยันว่า นายปีเตอร์เป็นเจ้าของตู้เย็น และหวงตู้เย็นใบนี้มาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 11.00 น.เจ้าพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายกาเบียล อารอน โทมัส และ นายเจมส์ ดักลาส เอ็กเกอร์ ชาวสหรัฐอเมริกาไปฝากขังศาลจังหวัดพระโขนง ขณะที่นายปีเตอร์ มีชื่ออยู่ในคำร้องฝากขังด้วย แต่ตัวถูกส่งไปยังโรงพยาบาลตำรวจเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้มีสื่อหลายสำนักมาเฝ้าทำข่าว ที่ สน.พระโขนง หลังทราบว่าในช่วงบ่ายนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เเละ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท.จะเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง พร้อมกำลังควบคุมตัวนายแอรอน โทมัส กาเบียล อายุ 33 ปี นายเจมส์ ดักกลาส เอ็กเกอร์ อายุ 66 ปี ทั้งสองมีสัญชาติอเมริกัน และนายปีเตอร์ แอนดริว โคลเตอร์ อายุ 58 ปี ชาวไอร์แลนด์เหนือ หรือนายวิลเลียม ปีเตอร์ จอห์นสัน อายุ 56 ปี สัญชาติอังกฤษ ผู้ต้องหาชาวต่างชาติแก๊งปลอมหนังสือเดินทางที่ต่อสู้ขัดขวาง และพยามยามฆ่าเจ้าพนักงาน เหตุเกิดในอาคารสูงเลขที่ 18/1 ภายในซอยสุขุมวิท 56 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา และถูกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้พร้อมของกลางหลายรายการมายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน – 5 ตุลาคมนี้ เนื่องจากยังต้องสอบปากคำเพิ่มเติมอีกหลายปาก รอผลการตรวจประวัติอาชญากรจากกองทะเบียนประวัติ รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และอื่นๆ

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ เกรงว่า หากได้รับการประกันตัว จะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เมื่อ”ร่างทรง”ครองเมือง (ลูกหนัง)
บทความถัดไปเมื่ออาม่าเหม่งทึ้ง-รักบิ๊กตู่ แต่ก็อยากดูละคร ความฮาจึงบังเกิด!!