ตร.ปส.กวาดล้างมาเฟียยาเสพติด พร้อม ยาบ้า 4.3 ล้านเม็ด ไอซ์ 130 ก.ก.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4 ร่วมเเถลงผลการกวาดล้างเเละปรามปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดโดยสามารถยึดของกลางได้เป็นจำนวนมหาศาล

คดีที่ 1 สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 29 กันยายน เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.3, ผสาน เจ้าหน้าที่ทหาร เเละสำนักงาน ปปส.ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา คือนายทวี โสภณมหาลาภ อายุ 45 ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมกับของกลาง จำนวนกว่า 5 รายการด้วยกัน โดยพบ
1.ยาบ้า จำนวน 3,800,000 เม็ด 2.เคตามีน จำนวน 2 กิโลกรัม 3.รถยนต์กระบะ 1 คัน 4.อาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุน 1 กระบอก
5.โทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง

โดยสถานที่เกิดเหตุตรวจยึดนั้นที่ อ.เเม่จัน จ.เชียงราย บริเวณถนนภายในหมู่บ้านสันกอง ม.7 ต.เเม่ไร่ จากการสืบสวนของ กก.2 บก.ปส.3 นั้นได้ทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในราชอาณาจักรไทยโดยเป็นฝีมือของเครือข่ายยาเสพติดชาติพันธุ์อาข่าบ้านผาขาวอันเป็นกลุ่มของ นายทวี โสภามหาลาภ มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดจากพรมเเดนด้าน อ.ดอยตุง จ.เชียงราย เข้ามาสู่พื้นที่ตอนในของประเทศโดยเป้าหมายปลายทางของยาบ้าเเละสารเสพติดพวกนี้จะถูกส่งไปขายยัง กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล โดยในวันเกิดเหตุนั้นชุดจับกุมพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยจำนวน 2 คัน โดยรถยนต์กระบะคันเเรก หมายเลขทะเบียน ผท 5562 เชียงราย ทำหน้าที่เป็นรถยนต์สำรวจเส้นทาง เเละรถกระบะคันที่สอง หมายเลขทะเบียน บย 3024 เชียงราย ทำหน้าที่เป็นรถบรรทุกยาเสพติด โดยจากการจับกุมนั้นพบยาเสพติดกว่า 3,800,000 เม็ดที่บริเวณท้ายกระบะ เเละพบ เคตามีน กว่า 2 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่บริเวณที่พักเท้าผู้โดยสารด้านหลังโดยสามารถจับกุม นายทวี โสภามหาลาภ ไว้ได้ ส่วนรถยนต์กระบะอีกคันที่ใช้สำรวจเส้นทางหมายเลขทะเบียน 5562 เชียงราย นั้นสามารถหลบหนีไปได้ ต่อมาจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย เเละนำมาสู่ผลเเถลงการกวาดล้างยาเสพติดในวันนี้

คดีที่สอง
สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เวลาประมาณ 13.40-17.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.สกส. เเละ เจ้าหน้าที่ตำรวจปส.ผสานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สามารถจับกุมผู้ต้องหายาเสพติด จำนวน 1 คดี ได้ผู้ต้องหาดังนี้ 1.นายจักรพัฒ โกสิลา อายุ 42 ปี ชาวหนองคาย
2.นายนพคุณ กะรัมย์ อายุ 36 ปี ชาวหนองคาย 3.นายประมุข จราจร อายุ 28 ปี ชาวสงขลา
พร้อมของกลางกว่า 6 รายการด้วยกันดังนี้ 1.ยาบ้า 499,965 เม็ด 2.ยาไอซ์ จำนวน 130 กิโลกรัม 3.รถยนต์กระบะ จำนวน 3 คัน
4.อาวุธปืน 3 กระบอก 5.เครื่องกระสุนกว่า 700 นัด 6.โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง
โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา คนที่ 1 และ คนที่ 2 ได้ในบริเวณริมถนนพหลโยธิน ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
และ คนที่ 3 และ คนที่ 4 ได้ที่บริเวณ ลานจอดรถ ดูโฮม สาขารังสิต ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

โดยพฤติการณ์เเห่งคดีนั้น จากการสืบสวนเเละได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้มาจากสายลับ ทราบว่า นายจักรพัฒ โกสิลา ชาวหนองคาย และ นายนพคุณ กะรัมย์ ชาวหนองคาย จะลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากพื้นที่บริเวณภาคอีสานเพื่อเข้ามาจำหน่ายในภาคกลางและปริมณฑลโดยผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 สารภาพว่าได้ทำการลักลอบยาเสพติดมาเเล้ว สองครั้งด้วยกันโดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวน 1 เเสนบาทถ้วน โดยจะจ่ายเงินจำนวน 1 หมื่นบาทให้ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นค่าเเรงในการขับรถยนต์เพื่อสำรวจเส้นทางเเละด่านตรวจโดยในวันเกิดเหตุนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถจับกุมต้องหาคนที่ 1 ได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 448,000 เม็ด เเละไอซ์ 130 กิโลกรัม โดยในระยะเวลาไม่นานหลังจากนั้นสามารถจับกุมผู้ต้องหารายที่สองได้ที่ริมถนนพหลโยธิน เขต จ.พระนครศรีอยุธยา เเละสามารถขยายผลเพิ่ทจนสามารถ จับกุมผู้ต้องหารายที่ 3 และ 4 ในที่ลานจอดรถห้างดูโฮม จ.ปทุมธานี โดยเวลาประมาณ 16.00 ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดทรัพย์เพิ่มเติมได้จากการค้นห้องพักของผู้ต้องหารายที่ 3 และ 4 โดยพบของกลางคือ ยาบ้าจำนวน 1,965 เม็ด เเละยาไอซ์ อีก 3 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการยึดของกลางพร้อมผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายจนนำมาสู่การเเถลงผลการจับกุมในวันนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บทนำวันจันทร์ที่4ตุลาคม2564 : กทม.สั่งเตรียมพร้อม
บทความถัดไปฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ป.ป.ช. สอบเอาผิด ครม.-นายกฯ-2 รมว. ทุจริต หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ