เช็คเส้นทางการเงินเจ้าคณะสอยดาว พบเบิกถอนเงินมูลนิธิพุทธมณฑลจันทบุรีเข้าเป๋า ก่อนซื้อรถหรู ที่ดิน

พิรุธปมทุจริตอาคารสำนักงานมูลนิธิพุทธมณฑลจันทบุรีโผล่เพียบ เช็คเส้นทางการเงินเจ้าคณะสอยดาว พบเบิกถอนเงินมูลนิธิฯเข้ากระเป๋า ก่อนซื้อรถหรู โฉนดที่ดินครอบครอง

จากกรณี บก.ปปป. บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ป. ,บก.ทล. ,บก.ปอท. บก.ปอศ. รวมถึงหน่วยงานอื่นๆในสังกัด บช.ก. และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดปฏิบัติการ“จันทบูร” นำกำลังลุย 9 จุด พื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบสนับสนุนมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานมูลนิธิพุทธมณฑล จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี 2. นายภูวนาถ บำรุงพันธุ์ อดีต ผอ.กองแผน 3.พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ หรือ พระครูปลัดณัฐดนัยเจ้าอาวาสวัดสุทธิวารี เจ้าคณะอำเภอสอยดาว และ กรรมการมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี 4.นายเกศสยาม ร่วมดี เจ้าของ หจก.สยามช่างบูรพา ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าคดีดังกล่าวล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆทางคดีเพิ่มเติมเพื่อให้สำนวนคดีมีความรอบครอบ รวมถึงขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหา ว่าเงินจำนวนกว่า 17 ล้านบาทนั้นถูกยักย้ายถ่ายเทไปที่ใดบ้าง โดยประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะมีการขยายผลเอาผิดบุคคลอื่นๆเพิ่มเติมหรือดำเนินการเอาผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฟอกเงิน ด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานหากพบเชื่อมโยงถึงบุคคลใดหรือมีพยานหลักฐานยันชัดว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของพระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ หรือ พระครูปลัดณัฐดนัยเจ้าอาวาสวัดสุทธิวารี และเจ้าคณะอำเภอสอยดาว พบข้อมูลและหลักฐานสำคัญหลายรายการที่ทำให้เชื่อว่าพระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ น่าจะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตเงินโครงการดังกล่าว เนื่องจากพบว่าในห้วงเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง เดือนตุลาคม ปี 2554 พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ ในฐานะกรรมการมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี และเป็นดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินของมูลนิธิฯ ได้เบิกถอนเงินสดของมูลนิธิฯออกมา จำนวน 10 ครั้ง ครั้งละ 500,000 บาท รวมเป็นเงิน 5 ล้านบาท ก่อนนำไปซื้อแคชเชียร์เช็คในนามส่วนตัว ซึ่งข้อมูลหลักฐานการเบิกถอนเงินดังกล่าวสอดคล้องกับห้วงเวลาที่ พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ ทำการซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น Alphard หมายเลขทะเบียน กต 3533 จันทบุรี เมื่อปี 2555 ด้วยเงินสดมูลค่า 3.5 ล้านบาท โดยใช้ชื่อของตนเองเป็นผู้ครอบครอง นอกจากนี้จากการเข้าตรวจค้นภายในกุฏิยังพบเอกสารโฉนดที่ดินบริเวณรอบข้างติดกับพื้นที่พุทธมณฑล จำนวนหลายแปลงรวมพื้นที่กว่า 10 ไร่ ทั้งหมดมีชื่อพระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ เป็นผู้ครอบครอง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่ไปที่มาของโฉนดดังกล่าว

ข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้แนวทางสืบสวนยังพบหลักฐานสำคัญ ที่ทำให้เชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติกรรมร่วมกันทุจริตเงินงบสนับสนุนมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรีจริง หลังตรวจสอบพบเอกสารยื่นเสียภาษีประจำปีต่อสรรพากร ของ หจก.สยามช่างบูรพา บริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคารสำนักงานมูลนิธิพุทธมณฑล ที่มีการแจ้งยอดเงินค่ารับเหมาโครงการดังกล่าวตามจริงเป็นจำนวนเงิน 12.7 ล้านบาท ไม่ใช่ 30 ล้านบาท ตามที่มีการระบุในเอกสารการยื่นของบ อบจ.จันทบุรี ในการจัดสร้าง

ข่าวแจ้งอีกว่า ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบความเกี่ยวพันธ์กันระหว่างมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี กับ หจก.สยามช่างบูรพา นั้นพบว่าในช่วงระหว่างปี 2553 – 2556 มูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี เคยว่าจ้างให้ หจก.สยามช่างบูรพา รับเหมาก่อสร้างโครงการต่างๆภายในพุทธมณฑลหลายโครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างแท่นพระ ซุ้มพระ อาคารหอประชุม อาคารเรือนอาหาร และ สุดท้ายโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานมูลนิธิฯที่กำลังถูกตรวจสอบดังกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon