ฝรั่งหลอกดูดเงินผ่านธุรกรรมออนไลน์ หนีกบดาน 15 ปี อีก 1 วันหมดอายุความ แต่ไม่รอด เจอ ปอศ.รวบ

เกือบรอด! ปอศ.รวบฝรั่งหลอกดูดเงินผ่านธุรกรรมออนไลน์ หลบหนีกบดาน 15 ปี เหลืออีกวันเดียวขาดอายุความ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.), พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก. 5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.จรัส แก้วสง่า สว.กก. 5 บก.ปอศ. พร้อมตำรวจชุดสืบสวน กก.5 ปอศ.นำกำลังจับกุม นายโทมัส (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาความผิดฐาน “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นบัตรที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด” ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในซอยหัวหิน 88/1 ต.หัวหิน อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

พ.ต.อ.ภาดลกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 นายสมชาย พิชิตสุรกิจ ผู้รับมอบอำนาจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายธนาธิป และนางธัญรัศม์ (สงวนนามสกุล) ทางกก.5 บก.ปอศ.รับคดีไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีอาญาที่ 22/2555 ต่อมา ผู้ต้องหาทั้งสองถูกตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.จับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลทราบผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมคือนายโทมัส สัญชาติอเมริกัน

พ.ต.อ.ภาดลกล่าวอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลทราบว่าเมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2549 มีคนร้ายปลอมแปลงเว็บไซต์ที่มีลักษณะคล้ายเว็บไซต์ของธนาคารกสิกรไทย และส่งข้อความไปยังเป้าหมายที่เป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบ E-Banking อ้างว่าเว็บไซต์ของธนาคารกสิกรไทยได้ทำการปรับปรุงและให้คลิกเข้าไปที่ www.kasikorn.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอม หากลูกค้าหลงเชื่อทำรายการเข้าไปในเว็บไซต์ดังกล่าวก็จะไม่สามารถทำรายการต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเพียงระบบที่ทำมาเพื่อเก็บข้อมูลจากผู้หลงเชื่อและกรอกข้อมูลลงไปเท่านั้น

ผกก.5 บก.ปอศ.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวปรากฏว่ามีผู้เสียหายเป็นลูกค้ารายหนึ่งของธนาคารกสิกรไทยถูกคนร้ายหลอกลวงเข้าไปทำรายการในเว็บไซต์ปลอม จนถูกกลุ่มผู้ต้องหาเก็บข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเข้าระบบธุรกรรมทางการเงินไว้ จากนั้นนำข้อมูลของผู้เสียหายไปทำการโอนเงินจากบัญชีผ่านทางระบบ E-Banking ด้วยการโอนเงินออกไปยังบัญชีต่างๆ จำนวนหลายบัญชี โดยบัญชีรับเงินที่โอนออกไปนั้น มีนายธนาธิป เป็นผู้ที่ติดต่อว่าจ้างบุคคลอื่นมาเปิดบัญชีดังกล่าว มีการให้ค่าตอบแทนประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อบัญชี

“เมื่อมีการจับกุมตัวนายธนาธิปได้ให้การเพิ่มเติมว่าถูกนายโทมัสหลอกลวงให้ช่วยหาคนมาเปิดบัญชีเงินฝาก โดยอ้างว่าจะนำไปใช้เพื่อรับเงินที่ได้จากการเล่นหุ้นจากต่างประเทศแล้วจะให้ค่าตอบแทนแก่นายธนาธิป ทำให้หลงเชื่อไปติดต่อหาคนมาเปิดบัญชีรับเงินดังกล่าว โดยนายโทมัสมอบบัตรเอทีเอ็มให้นายธนาธิป จำนวน 1 ใบ เป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นบัญชีที่มีเงินอยู่จำนวน 100,000 บาท โดยนายโทมัสอ้างว่าเป็นเงินของตนเอง

“นายโทมัสเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินดดีแล้ว แต่หลังจากนั้นยื่นประกันตัวและหลบหนีไม่มาพบพนักงานอัยการตามนัด โดยหลบหนีกบดานอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาเกือบ 15 ปี ซึ่งจะครบกำหนดอายุความในวันที่ 22 ต.ค.2564 ต่อมา กก.5 บก.ปอศ.สืบสวนทราบว่าหลบหนีมาที่โรงแรมดังกล่าวจึงจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก. 5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พ.ต.อ.ภาดลกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon