น.1 เผยผู้ต้องหาจี้ตัวประกัน เคยต้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ถึง 16 ครั้ง

จากกรณีชายจับตัวประกันเป็นผู้ชายสูงอายุ 70 ปี ภายในโรงแรมแบงค็อก เช็คอินน์ เลขที่ 63,65,67 ซอยเจริญกรุง 44 แขวงและเขตบางรัก กรุงเทพฯ

อ่าน ระทึกกลางกรุง หนุ่มเพิ่งพ้นคุกจี้จับชายวัย70 ปีเป็นตัวประกัน ตร.191รุดใช้ปืนไฟฟ้าเข้าระงับเหตุไว้ได้

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 22 ตุลาคม ที่สน.ยานนาวา พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.เปิดเผยหลังดำเนินการสอบปากคำ นายกำพล นากระโทก อายุ 31 ปี ผู้ต้องหา คดีจี้ตัวประกันในโรงแรมซอยเจริญกรุง 44 ว่า จากการตรวจสอบประวัติ ของผู้ต้องหารายนี้ พบเคยถูกจับกุมดำเนินคดี เกี่ยวกับการชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์มากถึง 16 ครั้ง โดย 13 ครั้งแรก ก่อเหตุสมัยยังเป็นเยาวชน เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาเป็นชาวบ้านในละแวกดังกล่าว

พล.ต.ท.สำราญ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมูลเหตุของการลงมือในครั้งนี้ทราบว่าเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาผู้ต้องหาได้มาเช่าห้องพักบนชั้นที่ 3 ของโรงแรมดังกล่าวในราคาคืนละ 650 บาท ซึ่งโรงแรมที่ว่านั้นเป็นธุรกิจ ของทางผู้เสียหายและครอบครัว ซึ่งพักอาศัยอยู่ตามห้องภายในโรงแรมด้วยเช่นกัน กระทั่ง นายกำพล เสพยาเคเข้าไปจนเมา และสบโอกาสก่อเหตุชิงทรัพย์เด็กหญิง อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นหลานเจ้าของโรงแรม พักอาศัยอยู่ในห้องบนชั้นที่ 4 แต่ระหว่างที่นายกำพล ได้เงินแล้วนั้น ก็พยายาม จะลวนลามกระทำอนาจารเหยื่อ ทำให้เจ้าของโรงแรมได้ยินเสียง และขึ้นไปช่วยเหลือ จนถูกนายกำพล ใช้มีดจี้ล็อคคอ เอาไว้ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าควบคุมสถานการณ์และช่วยเหลือเอาไว้ได้ในที่สุด

รายงานข่าวแจ้งว่าพฤติการณ์การก่อเหตุของ นายกำพล ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายกำพล ซึ่งพักอยู่บริเวณชั้นที่ 3 ได้ถือวิสาสะ นำคีย์การ์ด ผ่านประตูของผู้พักอาศัย ที่วางอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ชั้นล่าง ขึ้นไปสุ่มตรวจสอบบนห้องพักชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นโซนพักอาศัยของผู้บริหารโรงแรมและญาติๆ กระทั่งสามารถเปิดห้องพักของ ด.ญ.แพรว (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี หลานของเจ้าของโรงแรมได้ โดยระหว่างนั้นเหยื่อพักอาศัยอยู่ในห้องเพียงลำพัง นายกำพล ได้ข่มขู่ชิงทรัพย์เอาเงินสด จากเหยื่อได้ราว 4,500 บาท

ข่าวแจ้งว่า เมื่อได้เงินแล้ว นายกำพล ยังจับเหยื่อมัดด้วยเชือกรองเท้า และพยายามลวนลามหมายจับข่มขืน ระหว่างนั้น นายฐิติวัฒ อภิรามมงคล อายุ 87 ปี ตาของเหยื่อ ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงแรม ได้ขึ้นไปบนห้องพักและได้ยินเสียง ร้องขอความช่วยเหลือของหลานสาว จึงเปิดห้องพักเข้าไปช่วยเหลือหลานสาวได้อย่างทันท่วงที แต่นายฐิติวัฒ กลับถูก นายกำพลใช้มีดพับอเนกประสงค์ จี้คอไว้ เป็นตัวประกัน โดยระหว่าง กำลังเจรจากับตำรวจอยู่นั้น นายกำพล ได้ร้องขอ รถแท็กซี่ เพื่อจะพาตัวเองหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเรียกรถแท็กซี่มาให้ โดยจอดเอาไว้บริเวณด้านหน้าโรงแรม ต่อมานายกำพล ได้นำมีดจี้คอเหยื่อเดินลงจากโรงแรม มุ่งหน้าไปที่รถทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 จึงอาศัยจังหวะ ดังกล่าวใช้ปืนช็อตไฟฟ้า จำนวน 2 กระบอก ยิงใส่ร่างนายกำพล เพื่อหยุดยั้งและเข้าชาร์จจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา แจ้งข้อหา ตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้องทุกคดี อาทิ บุกรุก ชิงทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำอนาจาร โดยหลังจากนี้จะคุมตัว นายกำพล เอาไว้สอบปากคำก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.6 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวิทย์ วงศ์เกษม รอง ผกก.สส.สน.ยานนาวา และกำลังฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา คุมตัว นายกำพล ผู้ต้องหาคดีบุกรุก ชิงทรัพย์ กระทำอนาจาร และ กักขังหน่วงเหนี่ยว เจ้าของกิจการ โรงแรมและหลานสาว ภายในซอยเจริญกรุง 44 ออกจากห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวนนำส่งพนักงานสอบสวน

นายกำพลกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า อยากขอโทษผู้เสียหาย ที่ลงมือทำไป เพราะตัวเองอยู่ในอาการมึนเมา จากการเสพยาเค

ทั้งนี้ ความคืบหน้าเรื่องการดำเนินคดี จะต้องรอเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เข้าสอบปากคำ เหยื่อวัย 14 ปี ก่อนจะดำเนินการแจ้งข้อหา ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งหลังจากแจ้งข้อหาแล้วจะส่งตัว นายกำพล ฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon