บุกค้นโกดังเมืองปากน้ำ ผงะ!พบสินค้าตีกลับไร้คุณภาพ เวียนกลับมาขายซ้ำค่านับ 10 ล้านบาท

ปคบ.บุกค้นโกดังเมืองปากน้ำ ผงะพบ วงจรปิด โซล่าเซลล์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าตีกลับไร้คุณภาพ เวียนกลับมาขายซ้ำค่านับ 10 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลแพศย์ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ.และ พ.ต.ท.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข รอง ผกก.1 บก.ปคบ.พร้อมตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แถลงผลการตรวจค้นโกดังสินค้า 2 จุดในจังหวัดสมุทรปราการ ยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์สติกเกอร์ เอกสารที่เกี่ยวข้อง และสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น หัวปืนฉีดน้ำ ที่วัดอุณหภูมิปลายนิ้ว ชุดโซล่าเซลล์ กล้องวงจรปิด เครื่องตัดหญ้าไร้สายและอื่นๆ กว่า 1,900 ชิ้น หลังทราบว่าโกดังทั้ง 2 แห่ง เป็นที่จัดเก็บสินค้าไม่มีคุณภาพซึ่งนำกลับมาเวียนขายซ้ำ รวมมูลค่าของกลางกว่า 10 ล้านบาท

พล.ต.ต.อนันต์ กล่าวว่า มีผู้ร้องเรียนผ่านสายด่วน บก.ปคบ. 1135 ว่าได้สั่งซื้อสินค้าเป็นหลอดไฟพร้อมแผงโซล่าเซลล์ขนาด 1,000 วัตต์ แถมกล้องวงจรปิดแบบไร้สาย ในราคา 2,198 บาท โดยเก็บเงินปลายทาง เมื่อสินค้ามาส่งปรากฏว่าไม่มีกล้องวงจรปิดแถมมาให้ และโคมไฟมีกำลังไม่ถึง 1,000 วัตต์ พอดูหน้ากล่องระบุที่อยู่ผู้จัดส่งตั้งอยู่เลขที่ 49/27 ซอยกิ่งแก้ว 3/1 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ชุดสืบสวนจึงสืบสวนจนทราบว่า มีการนำสินค้าจากโกดังในที่ตั้งดังกล่าว ไปเก็บไว้ที่โกดังเลขที่ 49/60 ซอยกิ่งแก้ว 5 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเหลีกเลี่ยงจากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พล.ต.ต.อนันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก มาร้องเรียนกับตำรวจ กรณีสั่งซื้อสินค้าตามเพจออนไลน์ แต่เมื่อได้รับสินค้าแล้ว ปรากฏว่าสินค้าไม่เป็นไปตามที่ผู้ขายโพสต์โฆษณาไว้ เช่น ซื้อปืนฉีดน้ำแรงดันสูง แต่ได้รับสินค้าเป็นหัวฉีดน้ำ, สั่งซื้อเครื่องแกะสลักเลเซอร์ แต่ได้รับสินค้าเป็นเครื่องตรวจธนบัตร สั่งซื้อเครื่องมือช่างอย่างดีมีอุปกรณ์หลายชนิด แต่ได้รับสินค้าเป็นกล่องเครื่องมือราคาถูก เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจสอบโกดัง 2 จุดดังกล่าว

พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กล่าวว่า ผลการตรวจสอบ พบพนักงานในโกดังสินค้ากำลังติดสติกเกอร์สีขาวทับกล่องพัสดุและติดสติ๊กเกอร์ระบุที่อยู่ผู้ส่งใหม่ลงบนกล่องพัสดุเดิมที่มีผู้ที่นำส่งคืนหรือกล่องพัสดุที่นำเข้าจากประเทศจีน สอบถามพนักงานทราบว่าเป็นสินค้าที่ถูกตีกลับส่งคืนกลับมา เนื่องจากลูกค้าปฏิเสธการรับหรือสินค้าที่ได้รับไม่ตรงตามโฆษณา แต่เมื่อมีลูกค้าสั่งสินค้าชนิดเดียวกันจะนำพัสดุชิ้นเดิมติดสติ๊กเกอร์ทับและส่งไปยังลูกค้ารายใหม่ ตำรวจจึงยึดสินค้าดังกล่าวกว่าพันชิ้น

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าไม่มีคุณภาพ มีการเวียนสินค้ามาส่งใหม่ให้แก่ผู้สั่งซื้อตามเพจออนไลน์ จึงเข้าข่ายความผิดฐาน เจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพคุณภาพ ปริมาณฯ โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ตามมาตรา 47 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และ ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือแสดงฉลากแต่ฉลากไม่ถูกต้อง ตามมาตรา 30 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กล่าวฝากเตือนประชาชนว่า ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ให้ตรวจสอบผู้จำหน่ายสินค้า มีการจดทะเบียนบริษัทถูกต้องหรือไม่ จดทะเบียนเมื่อไหร่ มีสถานที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่ใด มีการประกอบการจริงหรือไม่ มีการรับประกันสินค้าหรือไม่ ตรวจสอบตัวสินค้าว่าไม่โฆษณาเกินความจริง มี อย.,มอก. และราคาไม่แพงหรือถูกจนเกินไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon