191 บุกคอนโดฯย่านบางเขน รวบ 5 ผู้ต้องหาเปิดเล่นพนันออนไลน์ มีลูกค้า 2,000 คน รายได้เดือนละ 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. ว่าเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กองกำกับการสายตรวจ ทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ คือ นายเทอดเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี, นายรัชชานนท์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี, นายภัทรธร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี, นายญาณวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และนายอนุสรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ 6 ชุด จอคอมพิวเตอร์ 10 ชุด เราเตอร์ Wifi 3 ตัว และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง โดยจับกุมได้ภายในห้องพักของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยแจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันหรืออุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น” ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ทำการสืบสวน ทราบว่าห้องดังกล่าวลักลอบเปิดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ขอหมายค้นศาลแขวงดอนเมือง ที่ ค.72/2564 ลงวันที่ 3 ธ.ค.2564 ผลการตรวจค้นพบผู้ถูกจับทั้ง 5 คน นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่เปิดหน้าจอ คอยดูแลระบบในการพนันออนไลน์ และใช้แอพพลิเคชั่นไลน์พูดคุยกับลูกค้า

จากการสอบถาม นายเทอดเกียรติรับว่า ตนและพวกมีหน้าที่หาลูกค้าและฝากเงิน ถอนเงินให้กับสมาชิกเข้าเว็บพนันสล็อตออนไลน์ โดยพนักงานแต่ละคนได้ค่าจ้าง คนละ 13,000-18,000 บาทต่อเดือน ได้รับว่าจ้างจากนายกล้า ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ปัจจุบันมีผู้เล่นพนันในเว็บไซต์ดังกล่าวกว่า 2,000 ราย

จากการสอบถามเพิ่มเติมทราบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนเดือนละ 20,000,000 บาทต่อเว็บไซต์ และได้กำไรประมาณเดือนละ 2,000,000 บาท สถานที่ดังกล่าวเป็นสำนักงานที่คอยดูแลให้บริการสมาชิกใหม่ เปิดมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหาข่าวงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จะเร่งติดตามจับกุมขยายผลเครือข่ายดังกล่าวและเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อหาตัวผู้ร่วมกระทำผิด มาดำเนินการตามกฎหมาย “หากประชาชนที่พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดลักษณะเช่นเดียวกันนี้ สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน (191)”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon