บินไทยแจ้งจับ’เพจหยุดดัดจริตประเทศไทย’แพร่ชื่อคณะบิ๊กป้อม ความลับลูกค้า ทำเสียชื่อเสียง

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) รายงานข่าวแจ้งว่า นักกฎหมายของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) รับอำนาจจาก นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเพจชื่อ “หยุดดัดจริตประเทศไทย” ที่เผยแพร่รายชื่อผู้ร่วมไฟลต์เที่ยวบิน TG8885 จำนวน 43 คน ซึ่งเป็นเที่ยวเดียวกับคณะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปประชุมที่ฮาวาย เนื่องจากเป็นข้อมูลลูกค้า ซึ่งเป็นความลับ ขณะที่วันที่เดินทางนั้นมีการถอดรายชื่อออกบางส่วน เนื่องจากไม่ได้เดินทางไปในวันดังกล่าว จึงต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี เนื่องจากทำให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เสื่อมเสียชื่อเสียง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับเรื่องเพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

โดย พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผกก.3 บก.ปอท. เปิดเผยว่า การบินไทยส่งตัวแทนเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ทางเราเป็นเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลต่างๆ ต่อไป หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน ใครทุกคนที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดทั้งเว็บไซต์ หรือเพจเฟซบุ๊ก

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพบว่าคนในหรือใครก็ตามเป็นผู้กระทำความผิดเผยแพร่ข้อมูลออกมาจะต้องดำเนินคดีหรือไม่ พ.ต.อ.โอฬารเปิดเผยว่า เป็นเรื่องภายในที่จะต้องตรวจสอบดำเนินการ ถ้าเกี่ยวพันว่ามีการกระทำความผิดต้องดำเนินการด้วย ส่วนข้อหาต้องรวบรวมพยานหลักฐานสอบสวนก่อนถึงจะดำเนินการพิจารณาตั้งข้อหาได้ ขณะนี้ทราบเพียงข้อเท็จจริงที่มีการชี้แจงให้ทาง ปอท.ช่วยรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบผู้ที่นำข้อมูลไปเผยแพร่ ขั้นแรกเจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงก่อนว่ามีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นหรือไม่ แล้วข้อเท็จจริงดังกล่าวมีพยานหลักฐานยืนยันไหม หากมีพยานหลักฐานแล้วใครเป็นผู้กระทำ ก็ดำเนินขั้นตอนไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า เว็บไซต์หรือเพจที่เผยแพร่ข้อมูลไปเปิดในต่างประเทศจะสามารถดำเนินการจับกุมได้หรือไม่ พ.ต.อ.โอฬารกล่าวว่า ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือความผิดตามกฎหมายไทยที่บัญญัติว่าต้องรับโทษในประเทศไทยสามารถดำเนินการได้หมด เพียงแต่ว่าจะได้ตัวผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิดมาลงโทษแค่ไหน หรือจะได้พยานหลักฐานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการดำเนินการ เป็นรายละเอียดในแนวทางการสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตาม ไม่มีแรงกดดันจากฝ่ายไหน ยืนยันว่าไม่มีใครกดดันหรือสั่งการให้ดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เขื่อนป่าสักฯระบายเพิ่มอีก ห่วง 11 ต.ค.นี้น้ำเต็มเขื่อน แจ้ง 3 จังหวัด’ลพบุรี-สระบุรี-อยุธยา’รับมือมรสุมลูกใหม่
บทความถัดไป‘ปนัดดา’ขันนอตหน่วยงานสังกัด รวดเร็ว-รอบคอบ-ประหยัด แนะอย่าใช้สื่อโซเชียลสร้างเกลียดชัง