‘ศรีวราห์’ย้ำ’โจชัว หว่อง’ไม่สามารถเข้าไทยได้อีก ชี้เป็นบุคคลมีภัยต่อความมั่นคง

โจชัว หว่อง

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง เปิดเผยกรณีที่นายโจชัว หว่อง นักศึกษาแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกง สไกป์ข้ามประเทศในงานกิจกรรม 40ปี 6 ตุลา คนรุ่นใหม่ของอนาคต ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวานนี้ว่า จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีเนื้อหากระทบความมั่นคง เนื่องจากนายโจชัว หว่อง พูดถึงเพียงการเคลื่อนไหวในประเทศตัวเองเท่านั้น จึงไม่ได้มีการดำเนินคดีใดๆ กับนายโจชัว หว่อง และสถาบันที่จัดกิจกรรมนี้ ทั้งนี้การพิจารณาผลักดันนายโจชัว หว่อง ไม่ให้เข้าประเทศนั้นเป็นการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ เป็นธรรมดาที่ประเทศอื่นๆ ก็ปฏิบัติกันหากพิจารณาแล้วว่าชาวต่างชาติคนใดอาจสร้างความวุ่นวายขึ้นในประเทศของตนก็มีสิทธิสั่งห้ามเข้า เป็นอำนาจอธิปไตยของประเทศนั้นๆ กรณีนี้เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ไทย ไม่มีชาติใดหรือใครมากดดันเป็นการพิจารณาเพื่อความมั่นคงภายในประเทศ อย่างไรก็ตามหากมีบุคคลนักเคลื่อนไหวลักษณะนี้มีเจตนาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง เจ้าหน้าที่ก็ต้องพิจารณาว่าควรให้เข้าเมืองหรือไม่ ทั้งนี้ไม่ได้ห้ามการจัดกิจกรรมการเมืองใดๆ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งประกาศ คำสั่ง หัวหน้า คสช.และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ

ขณะที่ พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวถึงการพิจารณาไม่ให้นายโจชัว หว่อง เข้าประเทศว่า ทางการไทยมีข้อมูลพบว่านายโจชัว หว่อง จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ มีรายชื่อในบัญชีเฝ้าระวัง หรือวอชต์ลิสต์ จึงได้มีการส่งตัวกลับประเทศต้นทาง ซึ่งเป็นปกติในการพิจารณาด้านการตรวจคนเข้าเมืองที่ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านายโจชัว หว่อง มีการเปลี่ยนชื่อเป็นนายหว่อง และทำหนังสือเดินทางใหม่เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา และใช้หนังสือเดินทางที่เปลี่ยนชื่อเดินทางเข้าไทย แต่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีการเฝ้าระวังจึงประสานงานกันสามารถพบตัวนายโจชัว หว่อง และผลักดันกลับประเทศได้ เพราะมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ซึ่งนายโจชัว หว่อง เป็นบุคคลต้องห้ามเฝ้าระวังที่ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้อีกต่อไป ซึ่งขณะนี้มีเพียงนายโจชัว หว่อง เพียงรายเดียวที่เป็นบุคคลเฝ้าระวังห้ามเดินทางเข้าประเทศในประเด็นนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บุรีรัมย์’ค้านเลื่อนชิงลีกคัพ ชี้’กิเลน’ต้องทำตามกฎสากล
บทความถัดไปคุยนอกจอ โดย เอกราช เก่งทุกทาง: แกเร็ธ เซาธ์เกต