ปล่อยตัว ‘ไผ่ ดาวดิน’ หลังถูกขังนับ 6 เดือน เผยคนข้างในสบายดี แย้มอยากกินลาบ

10.02.22 | 20:32 น.

แห่รับ ‘ไผ่ ทะลุฟ้า’ หลังถูกขังนับ 6 เดือน ลั่นอยากกินลาบ คนข้างในสบายดี ชี้อยากเปลี่ยนแปลงต้องร่วมสู้

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ สืบเนื่องศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลจังหวัดภูเขียวมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง ในข้อหา ม.112 และคดีการชุมนุมทุกคดีที่อยู่ในศาลอาญา โดยมีเงื่อนไข 1.ติดกำไล EM 2.ห้ามทำกิจกรรมที่กระทบต่อสถาบัน 3.ห้ามเข้าร่วมชุมนุมที่ก่อความวุ่นวาย และ 4.ห้ามเดินทางออกประเทศ ซึ่งนายจตุภัทร์จะได้รับการปล่อยตัวในช่วงค่ำของวันนี้ หลังจากถูกคุมขังด้วยข้อหาทางการเมืองเป็นเวลากว่า 6 เดือน ในส่วนของ นายภาณุพงศ์ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งให้นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายภาณุพงศ์พรุ่งนี้ (11 ก.พ.) นั้น

เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร มีนางยุพิน มณีวงศ์ มารดาของนายภาณุพงศ์ พร้อมด้วยหลานสาว และนักกิจกรรมทางการเมืองจำนวนหนึ่ง อาทิ นายแซม สาแมท, นัท จากกลุ่มทะลุแก๊ส ไปจนถึงนักกิจกรรมยืนหยุดขัง เดินทางมารอรับนายจตุภัทร์ด้วยความดีใจ

“แหม่ม” หนึ่งในนักกิจกรรมยืนหยุดขัง เปิดเผยความรู้สึกว่า วันนี้ดีใจมาก แม่ๆ มารอรับไผ่กลับบ้าน วันพรุ่งนี้จะมารอรับไมค์กลับบ้าน วันนี้ไม่ได้กลับไม่เป็นไร อดทนรออีกวันเดียวนะ

เวลา 17.24 น. นักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้า พร้อมด้วย นายธัชพงศ์​ แกดำ เดินทางมาถึง

Advertisement

นายธัชพงศ์​เผยถึงความดีใจ และว่า ตนทราบถึงสิ่งที่นายจตุภัทร์ทำ เพราะอยากให้สังคมดีขึ้น ให้ภาคประชาสังคมเข้มแข็ง การตอบรับด้วยข้อหาด้วยตะรางไม่เป็นธรรมด้วยซ้ำไป

“เป็นนิมิตหมายอันดี จากนี้ต้องจับตาว่าจะมีกระบวนการพยายามเอาเพื่อนเรากลับเข้าไปอีกหรือไม่ นักโทษทางความคิดไม่ควรถูกขัง และควรมีหลักการที่เป็นธรรม กู้ศักดิ์ศรีของกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมา” นายธัชพงศ์กล่าว

ด้าน นางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า ทะลุกี เผยว่า ดีใจที่ไผ่ได้ออกมา คนเราถ้าไม่รังแกจนเกินไป ประเทศนี้ก็จะอยู่กันอย่างสุขสบาย คิดถึงสัจธรรม ความดีงามที่ไม่เอารัดเอาเปรียบ ให้ร้ายคนอื่น

“ดีใจ ถึงจะอย่างไรเขาก็เป็นลูกๆ เขาออกมาเรียกร้อง ถ้าไม่มีเขาเราก็ไม่รู้จะเดินอย่างไร ในเมื่อกินภาษีประชาชน ทำไมจึงต้องรังแกประชาชน พวกเราจะไม่ไปขอร้องใคร เราจะเดินกันเอง สู้ได้แค่ไหนก็แค่นั้น คนที่ไม่ออกมาสู้ ระวังจะอดตาย ไม่มีกิน” นางวรวรรณกล่าว

เวลา 17.36 น. มีรถควบคุมผู้ต้องขังขับเข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยผู้ที่มาร่วมรอรับนายจตุภัทร์ต่างส่งเสียงเฮและปรบมือ ลุ้นว่าจะมีนายจตุภัทร์อยู่บนรถหรือไม่ บรรยากาศตั้งแต่เวลา 18.00 น. มีนักกิจกรรมทยอยมารอรับนายจตุภัทร์อย่างต่อเนื่อง อาทิ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อดีตแกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ไปจนถึงคนรักของนายจตุภัทร์

เวลา 19.00 น. นายนวพล ต้นงาม หรือไดโน่ ทะลุฟ้า กล่าวถึงขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยว่า เรามีจังหวะที่ก้าวไป ให้มีเสียงเท่าในสภา อยากให้ช่วงชิงเวลาในการต่อสู้ เพราะในช่วงนี้เราอาจจะได้ข้อ 1 เรียกร้องคือประยุทธ์ออกไป

นายนวพลยังกล่าวถึงกลุ่มกิจกรรมอื่นๆ ด้วยว่า เราทุกคนมีเสียงเท่ากันในการลุกขึ้นต่อต้านการกดขี่ ไม่ได้ยึดติดว่าคือกลุ่มใด แค่ออกมาเคลื่อนไหวร่วมกัน เราไม่เกี่ยงวิธีการ เพราะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน จากนี้อาจจะมีการเคลื่อนไหวของทะลุฟ้า เร็วๆ นี้หวังว่าจะมีอะไรที่สนุกสนาน ตื่นเต้น และทำให้เรารู้ว่าเรากำลังสู้อยู่

“ไม่ใช่ม็อบจุดไม่ติด ในโซเชียลเรายังสู้อยู่ การต่อสู้มีหลายวิธีการ เราทำมาทั้งปี ทำเรื่อยๆ เรามาสรุป แค่เราโพสต์ก็คือการต้อสู้ ถือป้ายบอกจุดมุ่งหมายก็คือการสู้ สิ่งที่เกิดขึ้นมาหมดอำนาจแล้ว สิ่งที่สร้างมาหลอกประชาชนไม่ได้ ในปีหน้าอาจจะมีอะไรที่มาเปลี่ยนแปลง เป็นข้อเรียกร้องของเรา เชื่อว่าอาจจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ ถ้าสถานการณ์การเมืองยังเป็นอย่างนี้ มีแน่ แต่ตอนนี้เราเพิ่งออกมา ขอพักก่อน แล้วมาต่อสู้ยาวๆ” นายนวพลกล่าว ก่อนกล่าวถึงนายจตุภัทร์ว่า ทุกคนเป็นห่วง และรักใบไผ่ แต่วันนี้น่าจะช้าที่กระบวนการ คดีการเมืองมีอะไรที่ตุกติกได้ตลอดเวลา

กระทั่งเวลา 19.26 น. นายจตุภัทร์ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ท่ามกลางเสียงเฮของผู้ที่มารอรับ ทั้งนี้ ก่อนออกจากเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้ทำการอบรมนายจตุภัทร์ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุภัทร์เดินชู 3 นิ้วออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และยังไม่ได้ติดกำไล EM ด้านนักกิจกรรมต่างเปล่งเสียงท่องกลอนของวิสา คัญทัพ ความท่อนท้ายว่า ‘เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน’

นายจตุภัทร์เปิดเผยว่า รู้สึกดีที่ได้ออกมา เพราะการอยู่ข้างในไม่มีใครควรได้เข้าไปอยู่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าจะสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข 5 ข้อได้หรือไม่ นายจตุภัทร์ระบุว่า ต้องรอดูดีกว่า

เมื่อถามถึงอาหารมื้อแรกที่อยากทาน นายจตุภัทร์ระบุว่า อยากกินลาบ อาหารอีสาน

“อยู่ในนั้นคิดถึงอิสรภาพ คิดถึงทุกคน คิดถึงการเคลื่อนไหว คิดถึงพ่อแม่ ครอบครัว หลายอย่างมาก
ได้ตามข่าวบ้างเวลาทนายไปหา ถึงสถานการณ์การเคลื่อนไหวต่างๆ ต้องขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่มายืนหยุดขังอยู่ที่จังหวัดต่างๆ ยืนไม่ว่าจะฝนตก แดดออก 3 คน 10 คน 100 คน เป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับพวกเรา เวลาเพื่อนนั่งรถผ่านก็จะมาเล่าให้เราฟังเสมอ ทำให้เรามีกำลังใจในการต่อสู้” นายจตุภัทร์กล่าว

เมื่อถามถึงเพื่อนที่เหลืออยู่ข้างในว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายจตุภัทร์กล่าวว่า แดน 4 มีนายภาณุพงศ์ หรือไมค์, นายพริษฐ์​ หรือเพนกวิน, นายอานนท์ นำภา, อาทิตย์ ทะลุฟ้า และนายจิตกร แจคโคบี จูเนียร์ ในแดน 6 อีก 2 คน ที่รู้จักและเห็นผ่านๆ ทุกคนสุขภาพแข็งแรงดี อานนท์ออกกำลังกาย ปรับตัวในการใช้ชีวิต หาอะไรทำในแต่ละวันให้ไม่น่าเบื่อ อ่านหนังสือด้วย

“สภาพจิตใจทุกคนก็ยังเข้มแข็งดี พร้อมที่จะต่อสู้อยู่ตลอดเวลาจนกว่าจะได้ชัยชนะ เพื่อนให้ฝากความคิดถึงมาถึงทุกคน ขอบคุณทุกคนที่เคลื่อนไหว เชียงใหม่ อุบลราชธานี ก็เคลื่อนไหวให้เราตลอด ขอบคุณเสมอมา

“อยู่ในเรือนจำรอบนี้น่าเบื่อเหมือนเดิม สิ่งที่เราโดนมารอบนี้นานกว่าทุกรอบ ยิ่งทวีความน่าเบื่อ แต่สภาพจิตใจยังเข้มแข็ง เพราะเห็นเพื่อนออกมาเคลื่อนไหว ได้พูดคุยได้เรียนรู้กันมากขึ้น เห็นพ่อแม่พี่น้องเคลื่อนไหวแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าหัวใจ” นายจตุภัทร์กล่าว

เมื่อถามว่าได้ติดตามข่าวเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายจตุภัทร์กล่าวว่า รัฐบาลนี้ไม่ควรจะอยู่อยู่แล้ว เป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ประชาชนที่ออกมาในปี 2563 พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ต้องการรัฐบาลนี้ ตั้งแต่วิ่งไล่ลุงและกิจกรรมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เห็นถึงความเหนื่อยหน่าย การบริหารงานที่ย่ำแย่

“ต้องรอการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน เสถียรภาพรัฐบาลไม่มั่นคง แต่พี่น้องประชาชนคือส่วนที่ทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลง ในสภาก็ต้องร่วมกันสู้ถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง อยากให้ออกมาสู้ร่วมกัน ในภาวะที่รัฐบาลเป็นอย่างนี้ ราคาหมูเป็นอย่างไร 8 ปี กับรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างไร” นายจตุภัทร์กล่าว

ทั้งนี้ นายจตุภัทร์ยังเปิดเผยถึงการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ด้วยว่า การต่อสู้ยังคงมี ขอให้ติดตาม ตนขอไปอัพเดตข้อมูลก่อน สอบถามสารทุกข์สุกดิบเพื่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที

“การเคลื่อนไหวต้องมีต่อเนื่องต่อไปอยู่แล้ว ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นมีการต่อสู้ และการต่อสู้จะมีทุกหย่อมหญ้า”

เมื่อถามว่าอยากบอกอะไรกับพ่อแม่บ้าง นายจตุภัทร์กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ออกมาแล้วครับ จะกลับไปดูแล ไปหา ตอนล้มป่วยไม่ได้ไป จะไปทำกับข้าวให้กิน อยากกินอาหารอีสาน เนื้อดิ้นๆ หน่อย

จากนั้นผู้ที่มารอรับต่างเข้าไปสวมกอด ถ่ายภาพ และจับมือให้กำลังใจ บางรายนำสิ่งของมามอบให้ ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เดินทางมารอต้อนรับ นายธัชพงศ์ หรือบอย และ น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน หัวหน้าหน่วยพยาบาลอาสา เข้าสวมกอดนายจตุภัทร์ด้วยความดีใจ

ก่อนที่นายจตุภัทร์จะขึ้นรถยนต์เดินทางกลับที่พักในเวลา 19.45 น. โดยระหว่างนี้มีนักกิจกรรมบางส่วนส่งเสียง ‘ไผ่สู้ๆ’ บางส่วนชู 3 นิ้ว และจับมือนายจตุภัทร์ขณะรถเคลื่อนออกไป

สำหรับนายภาณุพงศ์ วันนี้ศาลจังหวัดภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ อนุญาตให้ประกันตัว แต่ยังคงมีคดีอื่นที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลจึงมีคำสั่งให้นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายภาณุพงศ์ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) เวลา 10.00 น.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง