ซิวหนุ่มเปิดเพจปลอมขายมือถือ สมัครงานออนไลน์ ตุ๋นเงินเหยื่อ500คน สูญ5ล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท. และ พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.2 บก.ปอท.แถลงจับกุม นายจิรายุ วิรตีวิภัช หรือ นายเอกรินทร์ มงคลไชยวุฒิ อายุ 25 ปี ชาว จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ได้ที่ห้องเลขที่ 142/184 หมู่ 1 คอนโดเดอะไรส์ B3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี

พ.ต.อ.สยามกล่าวว่า ปี 2557 จนถึงปัจจุบันผู้ต้องหาเปิดเพจปลอมขายโทรศัพท์ชื่อ เจโฟน, บีบีโฟน แอนด์เซอร์วิส, เจี๊ยบโมบาย และเพจรับสมัครงานออนไลน์ หลอกให้ประชาชนทั่วไปโอนเงินมาให้ จากการตรวจค้นห้องเลขที่ 142/184 หมู่ 1 คอนโดเดอะไรส์ B3 พบบัญชีธนาคาร กล่องโทรศัพท์ไอโฟน ซิมโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและอื่นๆ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ.สยามกล่าวต่อว่า ได้มีผู้เสียหายเกือบ 500 คน และมูลค่าความเสียหายจำนวนกว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ต้องหากระทำการมาประมาณ 7 ปีแล้ว จากการสอบประวัติที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่ายังไม่เคยมีหมายจับหรือกระทำความผิด เนื่องจากผู้ต้องหาป้องกันตัวอย่างดี

ด้าน น.ส.เกวรินทร์ จันทรา อายุ 23 ปี ผู้เสียหายถูกหลอกให้สมัครงานทางเพจเฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า เนื่องจากมีลูกเล็ก 2 คน ส่วนสามีทำอาชีพรับจ้างก่อสร้างและตอนนั้นไม่มีเงิน จึงคิดหางานทำ โดยสมัครงานคอนเฟิร์มออเดอร์ ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตจึงสนใจเพราะสามารถทำงานได้ที่บ้านและสามารถเลี้ยงลูกได้ด้วย จึงแอดไอดีไลน์และทิ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไว้ ผ่านไปสักพักมีคนติดต่อมา และอธิบายการทำงานให้ฟัง เมื่อฝ่ายขาย ขายของได้ก็จะรวมเงินแล้วโอนเข้าบัญชีตน ตนมีหน้าที่ไปตรวจดูเงินว่าเข้าครบไหม ทั้งนี้ ได้ค่าจ้างเป็นเงิน 500-1,000 บาทต่อออเดอร์ โดยขอสำเนาบัตรประชาชนและหน้าสมุดบัญชีธนาคารอ้างว่าจะนำไปตรวจสอบว่าตนติดแบล๊กลิสต์อะไรหรือไม่ หลังจากนั้นได้ให้ตนเริ่มงานในวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา มีเงินเข้าบัญชีตน 39,000 บาท หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้โทรหาตน โดยบอกว่าให้ตนไปตรวจสอบว่าเงินเข้าครบตามจำนวนหรือไม่ และให้เบิกเงินดังกล่าวโดยหักค้าจ้างออก 2,000 บาท ก่อนจะนำเงินไปซื้อสลิปเงินสดทรูมันนี่ทั้งหมด หลังจากนั้นผู้ต้องหาจะโทรมาขอรหัสบัตรทรูมันนี่ทั้งหมด ก่อนจะบอกให้ตนฉีกทำลายสลิปทิ้ง หลังจากนั้น 4 วันตนก็ทำงานตามปกติ แต่กลับมีผู้มาติดต่อตนในที่พักโดยบอกว่าโอนเงินให้ตนแล้วแต่ยังไม่ได้สินค้า จึงรู้ว่าถูกหลอก จึงเข้าไปติดต่อกับผู้ต้องหาผ่านไลน์อีกครั้งแต่กลับไม่มีการตอบกลับ

ด้าน น.ส.อาเครญา ศิริเจริญ อายุ 20 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า รู้จักเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “บีบีโฟน แอนด์เซอร์วิส” เป็นเพจหลอกขายโทรศัพท์ เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จึงเข้าไปศึกษาเห็นว่าเพจดังกล่าวแสดงหน้าร้านที่ชัดเจน มีผู้กดติดตามกว่าแสนคน มีการเปิดให้ลูกเพจเล่นเกมเพื่อชิงรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือจึงสนใจ และเมื่อดูราคามือถือที่เสนอขายในเพจถูกว่าเพจอื่นหรือตามร้านประมาณ 2,000 บาท จึงอินบ็อกไปเพื่อถามรายละเอียด หลังจากนั้นก็ได้ติดต่อผ่านโทรศัพท์ สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 และ 6s จากนั้นได้โอนเงินค่าโทรศัพท์มือถือไปให้ผู้ต้องหา จำนวนเงิน 25,000 บาท แต่เมื่อขอหลักฐานบัตรประชาชนผู้ต้องหากลับบ่ายเบี่ยงหลายครั้งจนกระทั่งผู้ต้องหาบล็อกเฟซบุ๊กของตน นอกจากนี้ตนพบอีกเพจที่มีใจความว่าเพจบีบีโฟน แอนด์เซอร์วิส ไม่มีจริง เป็นเพจปลอม ทางร้านไม่มีเพจเฟซบุ๊ก พร้อมกับมีผู้ถูกหลอกอีกหลายคนเข้ามาโพสต์จึงรู้ว่าถูกหลอก

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับว่ากระทำผิดจริง สร้างเพจขึ้นมากว่า 10 เพจ ทำมาได้ประมาณ 4-5 ปีแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ปกครองระวัง! ช่วงออกพรรษา เด็กบาดเจ็บประทัด ดอกไม้ไฟ พลุพุ่ง เฉพาะวันเดียวเจ็บเฉลี่ย 24 ราย
บทความถัดไปอธิบดีราชทัณฑ์ สั่งจนท.เฝ้าดูคู่กรณีความคิด”ตู่ จตุพร”ป้องกันทำร้าย เช้านี้ปวดหลัง