สาวตกเป็นเหยื่อซุ้มเล่นเกมงานวัด ถูกหลอกให้ ‘ปั่นแปะ’ สูญเกือบ 3 แสน

20.02.22 | 12:38 น.

ทีมสายไหมต้องรอดพาเหยื่อสาวร้อง สน.คันนายาว หลังถูกหลอกให้เล่นเกมในงานวัดคู้บอน สูญเกือบ 3 แสนบาท


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ สน.คันนายาว นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย ส.ส.เขตสายไหม พรรคเพื่อไทย ซึ่งผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา น.ส.สิริลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี พนักงานบริษัท เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ปาฏิหาริย์ วัฒนประคัลภ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.คันนายาว เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่หลอกให้เล่นการพนัน ภายในงานประจำปีวัดคู้บอน แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ หลังเล่นเพียง 15 นาที แต่สูญเงินเกือบ 300,000 บาท

น.ส.สิริลักษณ์กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ได้ไปเดินเล่นที่งานประจำปีวัดคู้บอนกับแฟน และเดินผ่านซุ้มที่มีการเล่นเกม จึงเข้าไปดู ซึ่งลักษณะเกมคือมีการหมุนเหรียญที่ด้านหนึ่งเป็นเลข 8 อีกด้านเป็นเลข 3 และเอาฝามาครอบ จากนั้นให้ทายว่าเป็นเลขอะไร คนในกลุ่มดังกล่าวก็ได้ชวนให้ร่วมเล่นเกม แต่ปฏิเสธไปเนื่องจากไม่มีเงินสด แต่ทางกลุ่มก็จะออกเงินให้ 3,000 บาท โดยให้ตนจับฝาที่ครอบอยู่ ปรากฏว่าผลออกมาว่าต้องเสียเงิน 6,000 บาท จึงทำการโอนเงินไป นอกจากนี้ ยังมีคนประมาณ 10 คน รวมถึงกลุ่มการ์ดของทางร้านมายืนล้อมหน้าล้อมหลัง และกันตนออกจากแฟน ทำให้ไม่สามารถออกไปจากบริเวณดังกล่าวได้ อีกทั้งยังมีคนมาคอยมาเกาะและคะยั้นคะยอดึงมือให้เล่นต่อ บางครั้งเสียเงิน 30,000 บาท บางครั้ง 50,000 บาท รอบสุดท้ายเสียไปจำนวน 100,000 บาท

น.ส.สิริลักษณ์กล่าวอีกว่า ขณะที่เล่นก็มีคนร่วมเล่นประมาณ 6 คน คิดว่าน่าจะเป็นหน้าม้า เพราะพูดว่าจะโอนเงินจากบัตรเครดิต ทั้งที่บัตรเครดิตโอนเงินไม่ได้ ซึ่งที่ตนเล่นต่อนั้นไม่ได้อยากได้เงินคืน แต่รู้สึกกลัวมากกว่า อีกทั้งยังรู้สึกเบลอๆ จนทำตามทุกอย่าง คาดว่าอาจจะถูกป้ายยา โดยเสียเงินไปทั้งหมด 295,000 บาท โอนเข้าบัญชีของทางซุ้ม 3 บัญชี เกือบ 10 ครั้ง เมื่อตนโอนเงินรอบสุดท้าย ทางซุ้มก็ทำการปิดร้านไป ตลอดการเล่นตนไม่ได้วางเงินเป็นเงินสด และไม่มีรอบที่ได้เงินเลย แต่เมื่อรอบใดที่ขัดขืนไม่ยอมเล่น ทางซุ้มก็จะทำให้ชนะ แล้วหน้าม้าก็จะชวนให้เล่นอีก นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ได้มาที่งานประจำปีอีก ก็พบว่าทางซุ้มได้เปลี่ยนเกมที่เล่นแล้ว แต่ยังคงมีการ์ดชุดเดิม คนหมุนคนเดิม จึงอยากให้ตำรวจช่วยเหลือ เพราะไม่อยากให้ใครโดนแบบตน ก็หวังว่าจะได้เงินคืน เพราะเงินที่เสียไปเป็นเงินเก็บ ซึ่งจะนำไปจ่ายค่าโอนที่ดิน แต่กลับต้องมาถูกหลอกหมดตัว จึงอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ เตือนภัยหากใครพบแก๊งลักษณะนี้ ให้เดินเลี่ยงไปเลย อย่าไปยุ่งเกี่ยว

Advertisement

ต่อมา น.ส.สิริลักษณ์ได้พาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดเกิดเหตุภายในงานประจำปีวัดคู้บอน เบื้องต้นไม่พบซุ้มดังกล่าวแล้ว ขณะที่นายเอกภพกล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด ได้ลงพื้นที่ยังซุ้มดัวกล่าว ก็มีการ์ดคอยเฝ้า ห้ามไม่ให้คนที่ผ่านไปมาถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอ เบื้องต้นทราบว่าเป็นล็อกเสริม ที่มาเช่าเป็นรายวัน บางวันก็มา บางวันก็ไม่มา เมื่อหลอกเหยื่อได้ตามเป้าแล้ว ก็จะย้ายร้านไปที่งานอื่น ซึ่งลักษณะแบบนี้เป็นกลโกงอยู่แล้ว โดยจะแอบฝังตัวอยู่ในงานกิจกรรมต่างๆ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ อยากประชาสัมพันธ์ว่าอย่าไปเล่นกิจกรรมแบบนี้ รวมถึงอยากฝากถึงตำรวจ อย่าปล่อยให้ประชาชนทุกข์ยาก

ขณะที่ซุ้มปาลูกโป่งบริเวณใกล้เคียงยังคงมีอยู่ แต่กำลังเก็บร้านเช่นกัน ซึ่งผู้ดูแลซุ้มปาลูกโป่งได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไม่ทราบหน่วยงานได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ซุ้มเล่นเกมทุกร้านเก็บของกลับทันที เหลือไว้เฉพาะร้านอาหารเท่านั้น สร้างความเดือดร้อนให้ร้านค้าต่างๆ เป็นอย่างมาก และไม่เห็นด้วยกับการที่ทางผู้จัดงานนำโต๊ะพนันลักษณะนี้มาตั้งในงานวัด

ด้าน พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะเร่งรัดติดตามผู้กระทำความผิดมาสอบสวน หากเข้าข่ายความผิดก็จะดำเนินคดี ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ออกตรวจตรางานวัดดังกล่าวทุกวัน และไม่พบการลักลอบเล่นการพนัน จึงคาดกว่าแก๊งดังกล่าวน่าจะฉวยโอกาสที่ตำรวจตรวจตราไม่ทั่วถึง จัดให้มีการเล่นการพนันขึ้น

ขณะที่ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 เปิดเผยว่า ได้กำชับและสั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามตัวผู้จัดงาน และกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ขณะนี้ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว หากสอบสวนแล้วพบว่ามีการจัดให้เล่นการพนัน ก็จะแจ้งข้อหาลักลอบเล่นการพนัน ส่วนที่ผู้เสียหายระบุว่ามีการบังคับให้เล่น ก็ต้องพิจารณาพยานหลักฐานก่อนว่าจะเข้าข่ายความผิดใดบ้าง ซึ่งหากเป็นการบังคับลักษณะไม่ให้ไปไหน ก็จะเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยว ส่วนตำรวจท้องที่จะเข้าข่ายปล่อยปละละเลยให้มีการเล่นการพนันหรือไม่นั้น ยังไม่พบว่าเข้าข่ายความผิด เพราะทราบว่าเป็นลักษณะลักลอบเข้ามาเล่น