198 วัน ‘เพนกวิน’ หิ้วแมวพ้นเรือนจำ ขอบคุณเงินประกัน ยัน ‘ราษฎรยังไม่ตาย’

‘เพนกวิน’ หิ้วแมวพ้นเรือนจำ หลังถูกขัง 198 วัน ขอบคุณเงินประกัน ยัน ‘ราษฎรยังไม่ตาย’

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ สืบเนื่องศาลอาญากรุงเทพใต้อนุญาตให้ประกันตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร ในคดี ม.112 โดยจะได้รับการปล่อยตัวเย็นนี้ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายหลังถูกคุมขังเป็นเวลา 198 วัน ท่ามกลางมวลชนจำนวนมากเดินทางมารอต้อนรับนั้น

กระทั่งเวลา 19.15 น. นายพริษฐ์สวมเสื้อยืดสีขาวเดินเท้าพ้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมกับ นางสุรีย์รัตน์ ผู้เป็นมารดา และ น.ส.พลอยวรินทร์ ชิวารักษ์ น้องสาว ที่นำดอกกุหลาบขาวเข้าไปรอรับในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยนายพริษฐ์หิ้วตะกร้าที่ใส่ลูกแมวออกมาด้วย ก่อนชู 3 นิ้วให้มวลชนที่รอรับ

นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความรู้สึกที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวว่า รู้สึกมีอิสรภาพอีกครั้งและอบอุ่นมาก ก่อนอื่นต้องขอบคุณพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน ทุกภาคส่วนที่คอยสนับสนุน เป็นกำลังใจให้ตลอดเวลา ที่ผ่านมาได้รับน้ำใจจากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนในวันนี้ โดยเฉพาะน้ำใจของพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันบริจาค

“ขอบคุณพ่อแม่พี่น้อง ขอบคุณน้ำใจและทุกกำลังใจ ทุกการสนับสนุนช่วยเหลือที่หลั่งไหลมา ต้องยอมรับว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาค่อนข้างขมขื่นสำหรับผม แต่ว่าวันนี้ผมผ่านมาได้ด้วยน้ำใจของพี่น้องทุกคน ไม่ว่าพ่อแม่พี่น้องที่ยืนหยุดขัง ทำกิจกรรมเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว คืนความยุติธรรม ดีใจมากที่พี่น้องกลุ่มนั้นได้มาต้อนรับอิสรภาพของผม” นายพริษฐ์กล่าว และว่า

“ขอบคุณพี่น้องที่ระดมทุนเงินประกันตัว มีพี่น้องจำนวนมากโอนเงินมาคนละ 112 บาทบ้าง คนละ 1,000 กว่าบาทบ้าง เงินร้อยเงินพัน รวมกันได้ถึง 13 ล้าน ผมรู้สึกว่าเป็นกำลังใจมาก และเป็นการแสดงให้เห็นว่า ‘ราษฎรเรายังไม่ตาย’ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แม้จะขังคนพูดความจริง”

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า สุดท้ายต้องขอบคุณพี่น้องเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ไม่ว่าตำรวจ ที่มาถอดอายัดให้เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ศาลที่อำนวยความสะดวกในเรื่องการพบญาติ สำคัญที่สุดคือเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ทุกท่าน ตั้งแต่ ผบ.เรือนจำ

“เราอยากให้เกียรตินักโทษทางความคิด เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ใช่อาชญากร อิสรภาพที่ถูกพรากไป พี่น้องประชาชนเห็นกันอยู่ รู้ว่าเป็นเพราะอะไร สุดท้ายผมยินดีที่ได้กลับมายืนเคียงข้างพี่น้องอีกครั้ง ไม่ว่าพี่น้องทางสายเลือด หรือทางอุดมการณ์ ผมเชื่อว่าราษฎรยังไม่ตาย ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และการต่อสู้ของประชาชนจะดำเนินต่อไป” นายพริษฐ์กล่าว

ถามว่าเมื่อวานผิดหวังหรือไม่ที่ไม่ได้รับการประกันตัว นายพริษฐ์เปิดเผยว่า ก็เรื่อยๆ อย่างที่เรารู้กันว่าการตกเป็นผู้ต้องขังทางการเมืองเหมือนการเป็นเชลย เป็นแต้มแต้มหนึ่งให้ฝ่ายผู้มีอำนาจเล่น เราไม่ได้ยึดติดอะไร นักสู้อยู่ที่ไหนก็สู้ได้

เมื่อถามว่า นายอานนท์ นำภา ได้ฝากข้อความอะไรหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนขอฝากผ่านทางพี่น้องมวลชนว่า วันนี้เป็นวันที่น่าดีใจสำหรับตน แต่ว่ายังมีพี่อานนท์และนักโทษการเมือง อยากให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ข้างหลังกำแพง

“พี่อานนท์ พี่ชายที่แสนดีของผม ที่คอยดูแลให้กำลังใจผมมาตลอด นอกจากพี่อานนท์ยังมีนักโทษทางการเมืองอีกหลายท่านที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม พี่ทวี เที่ยงวิเศษ หรือพี่อาทิตย์ ทะลุฟ้า ก็คอยดูแลผม แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้รับประกันตัว คดีของเขาก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย ทะลุฟ้า ทะลุแก๊ซ คดีการเมือง คดีเสื้อแดง คดีอื่นๆ ที่เป็นเหมือนกับผม คือถูกคุมขังทั้งที่ยังไม่ได้มีความผิดอะไร ผมว่าพี่น้องที่ได้ร่วมฝ่าฟัน ต่อสู้ในเรือนจำมา ควรจะได้รับความเป็นธรรมเหมือนผม” นายพริษฐ์ระบุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถามถึงแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ด้วยเงื่อนไขของศาลที่กำหนด นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนเคารพเงื่อนไขศาล แต่เชื่อว่าเงื่อนไขไม่สามารถสกัดกั้นความคิดเห็นของประชาชนได้ ก็ให้ว่ากันไปตามความคิดเห็นของประชาชน

เมื่อถามว่าการถูกขังรอบนี้ค่อนข้างยาวนานถึง 198 วัน ผ่านช่วงเวลานี้มาได้อย่างไร นายพริษฐ์เผยว่า ตนบอกตัวเองว่าอย่างน้อยก็น้อยกว่าคนที่รุ่นก่อนๆ ต้องจ่าย

“ที่สำคัญความทุกข์ทรมานที่ผมเจออยู่ตอนนี้ ก็น้อยกว่าสิ่งที่คนรุ่นต่อไปจะได้รับ ถ้าผมอยู่นิ่งเฉย

“ขอบคุณน้ำใจไมตรีของพี่ชายที่แสนดีทั้ง 3 คน พี่ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก พี่ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา พี่อานนท์ นำภา รวมถึงพี่อาทิตย์ คอยดูแลเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ของผม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ยังเป็นคนอยู่ในดินแดนที่ความเป็นคนถูกพรากไป ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ยังช่วยให้ผมคงความเป็นคนได้ในวันนี้” นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามถึงนายอานนท์ที่แสดงความจำนงว่าจะไม่ขอยื่นประกันตัว ทนายอานนท์ได้พูดคุยอะไรด้วยหรือไม่

นายพริษฐ์กล่าวว่า ให้เป็นไปตามเจตจำนงของพี่น้องประชาชนและขบวนการ ผมมีความเชื่อว่าคนมีอุดมการณ์อยู่ที่ไหนก็สู้ทางอุดมการณ์ของตัวเอง

“ผมเชื่อว่า (อานนท์) เป็นคนที่มั่นคงต่ออุดมการณ์มากที่สุดในบรรดาพวกเรา”

ถามถึงแนวทางการต่อสู้คดีหลังจากนี้ที่จะได้ออกมาเรียน 3 เดือน และหลังจากนั้นนายพริษฐ์ต้องไปรายงานตัว ได้พูดคุยกับทนายความเรื่องกระบวนการต่อไปหรือไม่?

นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าถ้าตนไม่ได้ทำอะไรผิดก็คงไม่ถูกขัง

ทั้งนี้ ระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุรีย์รัตน์นำทิชชูมาซับเหงื่อบุตรชาย

ผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกที่ได้เจอคุณแม่

นายพริษฐ์เผยว่า ‘เป็นคนที่ผมคิดถึงที่สุด’ ก่อนผลัดกันหอมแก้มกับมารดา ท่ามกลางมวลชนร่วมส่งเสียงแสดงความยินดี

นายพริษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า จริงๆ ก็ต้องขอบคุณชีวิตในเรือนจำที่สอนให้ตนเป็นผู้ใหญ่ขึ้นบ้าง เป็นชีวิตอีกด้านที่เราทั่วไปไม่มีโอกาสได้เผชิญ ทำให้เจอคนหลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญ ให้ของที่ระลึกผมด้วย คือให้แมวตนมาตัวหนึ่ง

เมื่อถามว่ามีชื่อเรียกหรือยัง นายพริษฐ์กล่าวว่า ในแดนเขาเรียกว่า ‘ลิซ่า’ คิดว่าถ้าออกมาแล้วจะตั้งชื่อใหม่ให้ดีหรือไม่ ขอให้พี่น้องสื่อมวลชนช่วยกันคิด

บรรยากาศเวลา 19.43 น. ประชาชนที่มาต้อนรับต่างมอบดอกไม้ ของที่ระลึก และเข้าไปแสดงความยินดีกับนายพริษฐ์ ก่อนที่นายพริษฐ์จะเดินทางกลับบ้าน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon